HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด คาดแนวรับดัชนี 1,160 – 1,170 จุด ส่วนแนวต้าน 1,180 – 1,190 จุด แนะทยอยซื้อ KBANK,KTB,KKP ปันผลสูง หุ้น GULF,INTUCH,INSET, SYNEX, ILINK ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center & Cloud Services กรณีพักเงินในกลุ่มปลอดภัย ชู BLA,TLI, BH, BDMS, BTG, SNNP พร้อมเสิร์ฟหุ้นเดน BDMS, SINGER
บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,160 – 1,170 จุด แนวต้าน 1,180 – 1,190 จุด คาดดัชนีทรงตัว เนื่องจากปัจจุบันเทรดในโซนถูกที่ F/PE 12.3X และช่วงค่ำวันนี้ยังรอผลการประชุมเฟด แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,KKP ที่จ่ายเงินปันผลสูง หุ้น GULF,INTUCH,INSET, SYNEX, ILINK ได้ประโยชน์จากการลงทุน Data Center & Cloud Services พักเงินในกลุ่มปลอดภัย เช่น BLA,TLI, BH, BDMS, BTG, SNNP
วันนี้ติดตามผลการประชุม BOJ คาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% และช่วงเวลาที่ BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในปีนี้ ตลาดยังรอผลการประชุม FED และ BOE
ขณะที่ผลการประชุม ครม.วานนี้ยังไม่มี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และปัจจัยการเมืองในประเทศ ยังรอสรุปวันที่จะเริ่มอภิปรายไม่ไว้วางใจนายก ฯ
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ DJIA -0.62%, S&P500 -1.07%, Nasdaq -1.71% แรงขายกลุ่มเทคโนโลยี และสินค้าฟุ่มเฟือย ก่อนการประชุมเฟดค่ำวันนี้ ซึ่งตลาดคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25 – 4.5% และฟังถ้อยแถลงของ ปธ.เฟด ต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงผลกระทบจาก มาตรการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของ ปธน.ทรัมป์ ซึ่ง Fed Dot Plot ธ.ค. ที่ผ่านมาคาดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้, คาด US GDP ปีนี้ที่ 2.1%, เงินเฟ้อปีนี้คาดที่ 2.5% และอัตราว่างงานคาดที่ 4.3%
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ดัชนีราคานำเข้า ก.พ. +0.4% สูงกว่าคาด -0.1% MoM เป็นผลจากต้นทุนสินค้าอุปโภคสูงขึ้น
ด้านราคาทองตำ Comex Gold เม.ย.พุ่ง 34.7 เหรียฐสหรัฐฯ/ออนซ์ อยู่ที่ 3,040.80 เหรียฐสหรัฐฯ//ออนซ์ ได้แรงจากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังอิสราเอลได้โจมตีฉนวนกาซาอีกครั้ง ส่งผลให้ข้อตกลงหยุด 2 เดือนต้องยุติลง ขณะที่สหรัฐก็มีการโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน กอปรยังมีความไม่แน่นอนต่อนโยบายการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์
ราคาน้ำมันดิบ WTI เม.ย. ลดลง 0.68 เหรียญสหรัฐฯ อยู่ที่ 66.90 เหรียญสหรัฐฯ/ บาร์เรล, Brent พ.ค. ลดลง 0.51 เหรียญสหรัฐฯ อยู่ที่ 70.56 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล หลังสหรัฐ, รัสเซีย และยูเครนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 30 วัน ระหว่างการหารือข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน ขณะที่ OECD คาด GDP โลกปีนี้จะขยายตัวที่ 3.1% และปีก่อนที่ 3.2% เป็นผลจากมาตรการกีดกันการค้า ซึ่งอาจส่งผลให้อุปสงค์ความต้องการใช้น้ำมันลดลง
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.30 % , BitCoinเช้านี้ -0.42% อยู่ที่ 82,832 ดอลลาร์สหรัฐ
หุ้นแนะนำ ได้แก่ SINGER* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.50) แนวโน้มผลประกอบการปี 68 มีปัจจัยหนุนจากการปรับกลยุทธ์เน้นปล่อยสินเชื่อ Lock phone ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (C4C) และยังมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำด้วย NPL ที่ไม่ถึง 1% ปัจจุบันสัดส่วนสินเชื่อ Lock phone อยู่ที่ 18% ของทั้งหมด โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 8 พันล้านบาท จากปีก่อนการปล่อยสินเชื่อ Lock Phone อยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท เพื่อขยายสัดส่วนเป็น 40-50% ในปีนี้
ส่วนแหล่งเงินทุนส่วนหนึ่งมาจากกระแสเงินสด และจะมาจากการออกหุ้นกู้ใหม่ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท ส่วนประเด็นบวกอื่นที่ทำให้กำไรดีขึ้นทันทีมาจากภาระดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ที่ลดลง ค่าใช้จ่าย onetime ลดลงจากการเคลียร์สต็อกสินค้ามือสอง และการปิดคลังสินค้า ส่วนใหญ่เหลือสินค้าที่เป็นตู้น้ำมันซึ่งยังสามารถติดตั้งตู้เพิ่มและสร้างรายได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 68 ที่ 334 ล้านบาท โตหลายเท่าจากฐานต่ำปีก่อนที่กำไรสุทธิ 14 ล้านบาท
หุ้น BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 36.00 บาท) กำไรสุทธิ 4Q67 อยู่ที่ 4,333ลบ. (+9.64%YoY, +2.04%QoQ) หนุนจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ(รวม +10% นำโดยการ์ตา +56%YoY/ จีน +34%YoY/USA +29%YoY) ด้านU-rate IPD ของ4Q67แม้ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ62% แต่ยังคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ดี ประจวบกับรายได้อื่นที่สูงขึ้นจาก Mövenpick BDMS Wellness Resort และมี Tax Credit ส่งผลให้ GPM และNPM สูงขึ้น YoY QoQ
ส่วน 1Q68 แม้มีปัจจัยกดดันจาก 1.ประกันรูปแบบ Co-pay ตั้งแต่ 20 มี.ค.68 และ 2.รอมฎอนในช่วง 28ก.พ.-29มี.ค.68 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการดำเนินงานจะยังสามารถอยู่ในเกณฑ์ดีได้จากร.พ.ในต่างจังหวัดที่ทำได้ดีในช่วงปี67 ที่ผ่านมา ส่วนภาพรวมรายได้ ม.ค.-ก.พ.68 ยังเห็นการบวกต่อเนื่องได้ดี YoY โดย ผู้บริหารวางเป้าการเติบโตของรายได้ในช่วง 1H68 ราว +7 ถึง 8%YoY