“จรีพร จารุกรสกุล” ลั่น !! WHAID พับแผนไอพีโอ ไม่กระทบธุรกิจ

HoonSmart.com >> ” จรีพร จารุกรสกุล” ซีอีโอกลุ่ม WHA  ลั่น !!! เลื่อนไอพีโอ WHAID  เหตุภาวะตลาดไม่เอื้อการระดมทุน ไม่กระทบการดำเนินงาน เดินหน้าพันธกิจ ปั้น 5 กลุ่มธุรกิจเติบโตดี  

น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) เปิดแถลงข่าวว่า การเลื่อนนำบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์  (WHAID) เข้าตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากภาวะตลาดไม่เอื้อ ผู้ถือหุ้นกังวลการเสนอขายไม่ได้ราคา ตลาดหุ้นขณะนี้ไม่ปกติ จึงไม่จำเป็นต้องรีบเข้าตลาดหลักทรัพย์ และไม่ส่งผลกระทบการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทในกลุ่มยังมีผลดำเนินเติบโตต่อเนื่อง

” จากการพูดคุยปรึกษากับผู้ถือหุ้น , กองทุน รวมทั้งปรึกษากับบริษัทใหญ่ ๆ หลายบริษัทซึ่งเลื่อนเข้าตลาด บอร์ดจึงมีมติให้ชะลอแผนไอพีโอ และยกเลิกการปรับโครงสร้างในกลุ่มออกไปก่อน ภายใน 2 ปีข้างหน้า ไม่ยื่นไอพีโอแน่ ๆ

น.ส.จรีพร กล่าวถึงแนวโน้มการดำเนินงาน Q1/68 ยอดขายเติบโต จากการรับรู้รายได้การโอนพื้นที่ 400 ไร่ และ Q2 อีก 600 กว่าไร่

ส่วนราคาหุ้น WHA ปรับตัวลง เกิดจากภาวะตลาด  ไม่ใช่สาเหตุจากการแตกบริษัท WHAID เข้าตลาดหุ้น ส่วนตัวมุ่งทำงานตามที่ Commit ไว้ ราคาหุ้นจะเป็นอย่างไรตอบไม่ได้

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฯ กล่าวอีกว่า ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ฯ ใน 3-4 ปีข้างหน้า ยังเป็นเรือธงของ WHA  วางเป้าหมายการเติบโตแต่ละธุรกิจ ดังนี้

1) ธุรกิจโลจิสติกส์ เตรียมขยายธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งในไทยและเวียดนาม  มุ่งเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น สมุทรปราการ EEC และเมืองรองของประเทศไทย รวมทั้งขยายคลังสินค้าขนาดใหญ่ในเวียดนาม เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและอุตสาหกรรมส่งออก ตั้งเป้าสร้างโครงการใหม่ประมาณ 200,000 ตารางเมตร ภายในปี 2568 ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเพิ่มเป็นประมาณ 3,309,000 ตารางเมตร และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4,297,000 ตารางเมตร ในอีก 5 ปีข้างหน้า

สำหรับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์   (WGCL) มุ่งเป้าสู่การยกระดับจากการให้บริการการจัดการขนส่งและคลังสินค้า (3PL) ไปสู่การวางแผน ออกแบบ และบูรณาการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับบริษัทและลูกค้า (4PL) โดยอาศัยจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญร่วมของ WHA และ PTTGC เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์

2) ธุรกิจโมบิลิตี้ (ภายใต้แบรนด์ Mobilix) อีกหนึ่งธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ซึ่งในปัจจุบันประกอบไปด้วย 3 บริการหลัก ได้แก่ บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (On Premise & Public EV Charging Solution) และโมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution) ซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการกลุ่มลูกค้า B2B โดยตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้บริการรถเช่าสะสมจำนวน 1,700 คันภายในปี 2568 และเป็น 20,000 คัน ภายในปี 2572

3) ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ยังเติบโตต่อในฐานะผู้นำในตลาดนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย และเร่งขยายการเติบโตในประเทศเวียดนาม เพื่อดึงดูดนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มดาต้าเซนเตอร์ และกลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น โดยตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมในประเทศไทยและประเทศเวียดนามจากทั้งหมด 15 แห่งเป็น 17 แห่งภายในปี 2568 นอกจากนี้ WHAID ตั้งเป้าที่จะพัฒนาที่ดินอุตสาหกรรมในอีก 5 ปีข้างหน้า เพิ่มอีก 12,700 ไร่ รวมเป็น 88,000 ไร่

ล่าสุด WHAID ประกาศเดินหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรม WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE 5) เฟสที่ 1 บนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง พร้อมให้นักลงทุนเริ่มเข้าก่อสร้างได้ปลายปี 2568 โดยมุ่งเน้นรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งจะช่วยผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระดับโลก

4) ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน สำหรับธุรกิจสาธารณูปโภค มุ่งขยายธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม โดยจะเดินหน้าพัฒนา Smart Water Solutions เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายน้ำและบำบัดน้ำเสียรวมประมาณ 173 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2568 และเพิ่มเป็นประมาณ 280 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2572

ธุรกิจพลังงาน มุ่งขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพัฒนาโซลูชันพลังงานใหม่ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเป็น 1,185 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 และเพิ่มเป็นประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ในปี 2572

5) ธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นธุรกิจที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI และ IoT มาประยุกต์ใช้ในแต่ละธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่ ภายในปี 2568

บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างการเติบโตของธุรกิจ  สอดคล้องกับพันธกิจ “WHA: WE SHAPE THE FUTURE” ซึ่งบริษัทสามารถใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และการจัดหาแหล่งเงินทุนต่าง ๆ มาลงทุนตามแผนธุรกิจและงบลงทุน โดยยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนในระดับต่ำกว่า 1.20 เท่า แม้จะชะลอแผน IPO ของ WHAID