ครม.ไฟเขียว TESGX ดีเดย์ พ.ค.-มิ.ย. ลดหย่อนภาษี 3-5 แสนบ.หุ้นรีบาวด์

HoonSmar.com>>ครม.ไฟเขียวคลอด “กองทุนThai ESGX” เปิดทางให้นักลงทุนเลือกไม่ขาย LTF หมดอายุ ย้ายลงทุนกองใหม่ 5 ปี ได้สิทธิลดภาษี 3 แสนบาท-ใช้เงินใหม่ลงทุนลดภาษี  5 แสนบาท รับสิทธิปีแรก 3 แสนบาท อีก 2 แสนบาททยอยรับปีละ  5 หมื่นบาทรวม 4 ปี ก.ล.ต.คาดจะมีเงิน LTF โยกเข้าลงทุน 1.35 แสนล้านบาท เงินก้อนใหม่ 3 แสนล้านบาท ช่วงพ.ค.-มิ.ย.68 หนุนหุ้นพุ่ง 10 จุด ท่ามกลางหุ้นสหรัฐร่วงกลัวเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอย คลังรอชงครม.เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. ปลุกเชื่อมั่น

วันที่ 11 มี.ค. 2568 ตลาดหุ้นไทยผันผวน ภาคเช้าลงลึกสุดที่ระดับ 1,160.99 จุด ร่วงลง-16.45 จุด ภาคบ่ายพุ่งฉิ่วสวนทางตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ติดลบ ดัชนี SET ปิดที่ 1,187.63  จุด เพิ่มขึ้น 10.19 จุด หรือ+0.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 49,522.05 ล้านบาท ส่วนค่าเงินบาทปิดที่ 33.80 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าตามค่าเงินเพื่อนบ้าน

ตลาดหุ้นที่ตีกลับมาบวกได้แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันไทย 1,949.22 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนอีก 3 กลุ่มเลือกขาย ต่างชาติทิ้งต่อ-1,020 ล้านบาท พอร์ตบล.ขาย -559 ล้านบาท นักลงทุนไทยขายด้วย -369 ล้านบาท ทั้งนี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคหลายแห่งปิดติดลบ เช่น  ญี่ปุ่นลดลง 0.64% ฮ่องกง HSI -0.01% ส่วนตลาดหุ้นจีน ดัชนีเซี่ยงไฮ้บวก 0.42%

หุ้นไทยวิ่งแรงแซงหน้าตลาดในภูมิภาค รับปัจจัยบวกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ร่างกฎกระทรวงฯ) ตามมาตรการการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน (ESG) และเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ได้แก่ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเงินลงทุนใหม่ในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (ThaiESG Extra  หรือThai ESGX) และการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Fund: LTF) ไป Thai ESGX ในช่วงเวลาที่กำหนด 2 เดือน (พ.ค.-มิ.ย.2568) ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยให้ ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์รองรับกองทุนรวมดังกล่าวต่อไป

สำหรับ Thai ESGX แหล่งเงินมาจาก 2 ส่วน คือ เม็ดเงินจาก LTF ที่ครบกำหนดไถ่ถอนจำนวน 1.8 แสนล้านบาท ให้มีทางเลือกโอนเข้ามาลงทุนต่อได้ ซึ่งจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุน 5 แสนบาท โดยปีแรกได้ 3 แสนบาท ส่วนอีก 2 แสนบาท ทยอยใช้สิทธิได้ปีละไม่เกิน 5 หมื่นบาท 4 ปี ส่วนที่ 2 จะเปิดให้เติมเม็ดเงินใหม่เข้ามาด้วย โดยจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีไม่เกิน 3 แสนบาท ทั้งนี้ จะต้องถือลงทุน 5 ปี  โดยกรมสรรพากรคาดว่าจะสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ  5-6 หมื่นล้านบาท

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.วันนี้เห็นชอบการจัดตั้งกองทุน ThaiESG Extra ซึ่งเป็นการลงทุนในหุ้นที่มีความยั่งยืน เนื่องจากที่ผ่านมากองทุน LTF ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยเงื่อนไขลงทุนในระยะยาวตามข้อกำหนด แต่ขณะนี้กองทุน LTF ครบระยะเวลาไถ่ถอนแล้ว จึงจะต้องมีกองทุน ThaiESG Extra  เกิดขึ้น

สถานการณ์ตลาดหุ้นในช่วง 6-7 เดือนก่อน ดัชนี SET อยู่ที่ระดับ 1,400-1,500 จุด หลังจากนั้นลดลงเรื่อยมาจนมาอยู่ต่ำกว่า 1,200 จุด เนื่องจากความไม่เชื่อมั่นเรื่องการควบคุม เรื่องชอร์ตเซล-โปรแกรมเทรด แต่ภายหลังมีเม็ดเงินใหม่ของกองทุนวายุภักษ์ก็ทำให้สถานการณ์ตลาดกระเตื้องขึ้นมาอยู่ที่ 1,400 จุด แต่ตอนนี้กลับลงไปใหม่ต่ำกว่า 1,200 จุด

“มาตรการนี้จะเป็นทางเลือกของผู้ลงทุนในกองทุน LTF จำนวน 1.8 แสนล้านบาทให้สามารถย้ายมาลงกองทุน ThaiESG Extra หากยังมั่นใจว่าหุ้นที่ลงทุนยังฟื้นตัวได้ มีเงินปันผลที่ดี โดยจะให้สิทธิทางภาษี วันนี้ ดูแล้วยอดการขาย LTF น้อยลง คนคงเริ่มคิดแล้ว หุ้นต่ำมากจะขายทำไม ถ้ามี ThaiESG Extra มา  ความคิดก็จะเปลี่ยนไปบ้าง น่าจะช่วยได้เยอะ” นายพิชัยกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน นายพิชัย  กล่าวว่า ทางการอยู่ระหว่างเตรียมออก พ.ร.ก.ให้อำนาจ ก.ล.ต.เร่งรัดจัดการกับผู้ที่ไม่ทำตามกฎกติกาจนทำให้นักลงทุนรายย่อยได้รับความเสียหาย เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างเร่งด่วน ยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าจะเสนอเข้า ครม.พิจารณาอนุมัติได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์

ด้าน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า นักลงทุนสามารถเลือกรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ 3 ส่วน คือ จาก ThaiESG ปกติ วงเงิน 3 แสนบาท, จาก ThaiESG Extra ใหม่อีก 3 แสนบาท แต่ต้องลงทุนในช่วงเวลาที่กำหนดภายในไม่เกิน 30 มิ.ย.2568 นอกจากนี้ ยังสามารถลดหย่อนภาษีสูงสุดอีก 300,000 บาท หากสับเปลี่ยนหน่วยในกองทุน LTF ที่ถือครอง ณ วันนี้ ทั้งหมด เข้ามายังกองทุน Thai ESGX  และยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกปีละ 50,000 บาท เป็นระยะเวลาอีก 4 ปี ซึ่งต้องเป็นไปตามเงื่อนไข

ทั้งนี้ก.ล.ต. จะเสนอคณะกรรมการกำกับตลาดทุน (ก.ต.ท.) เพื่อพิจารณาหลักการจัดตั้งและจัดการ Thai ESGX และจะเร่งออกประกาศรองรับ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้ บลจ. ยื่นขออนุมัติจัดตั้ง Thai ESGX ได้ภายในเดือนเม.ย. 2568

นางพรอนงค์กล่าวว่า ก.ล.ต.คาดหวังว่าจะมีเม็ดเงินของผู้ถือหุ้น LTF เดิมสับเปลี่ยนมาที่ Thai ESGX ราว 75% ของเม็ดเงินเดิม หรือราว 1.35 แสนล้านบาท ส่วนเม็ดเงินใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนในกองทุน Thai ESGX ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งกองทุน Thai ESGX  จะช่วยชะลอแรงขาย LTF ได้ และ Thai ESGX จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เข้ามาช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยได้

นายอัสสเดช คงสิริ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันมูลค่าตลาดหุ้นไทยหายไปแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท เชื่อว่า Thai ESGX จะเข้ามาช่วยหนุนการฟื้นตัวได้ รองรับการขาย LTF ที่ทยอยครบอายุ  ผู้ลงทุนมีทางเลือกในการนำเงินที่ออมผ่านการลงทุนมาต่อยอดในการลงทุนต่อ มีเม็ดเงินลงทุนยังคงหมุนเวียนอยู่ในตลาดต่อไป พร้อมสนับสนุนการลงทุน ESG ตามเป้าหมายของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปีที่ผ่านมามีบริษัทจดทะเบียนที่เข้าเกณฑ์ ESG รวมกว่า 240 บริษัท และในปีนี้คาดหวังในการผลักดันให้เข้าเกณฑ์ ESG ได้เพิ่มเป็น 300-400 บริษัท

นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีที่ผลักดันกองทุน Thai ESGX ออกมา จะช่วยให้ผู้ลงทุนที่กำลังเตรียมขาย LTF ชะลอการขายได้ เพราะมีกองทุนใหม่ที่ยังให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเข้ามารองรับ  ทางสมาคมบลจ. มีการเตรียมความพร้อมในการออกกองทุน Thai ESGX  ทั้งผู้ถือหน่วยลงทุน LTF เดิม และผู้ลงทุนใหม่ สำหรับเม็ดเงินจากผู้ลงทุนใหม่ ประเมินไว้ 3 หมื่นล้านบาท  มากกวากองทุน Thai ESG ที่มีเม็ดเงินใหม่เข้ามา 2.5 หมื่นล้านบาท

นักวิเคราะห์ประสานเสียงมีมุมมองบวกต่อกองทน Thai ESG X ช่วยชะลอการขาย LTF ที่ครบกำหนดออกไปอีก 5 ปี และมีเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้ามาซื้อหุ้นที่มี ESG โดยส่วนมากเป็นหุ้นขนาดใหญ่  ส่งผลให้ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นรับข่าวบวก

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า หุ้นวันนี้ผันผวน โดยในช่วงเช้าดัชนีฯปรับตัวลงมาแตะ 1,160 จุด ทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีนี้ แต่ก็กลับมาฟื้นตัวขึ้นในช่วงบ่าย ทำให้ดูดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ยังติดลบอยู่ ส่วนตลาดในยุโรปบวกได้เล็กน้อย ตามดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่เริ่มรีบาวด์ และราคาน้ำมันฟิวเจอร์สก็รีบาวด์ด้วย

ทั้งนี้ ตลาดได้แรงหนุนจากปัจจัยในประเทศ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้แปลง LTF เป็น TESGX ไม่เกิน 5 แสนบาท และเงินใหม่ลงทุน TESGX ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 3 แสนบาท นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนพลิกมาเป็นบวก ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับจีน  เช่นกลุ่ม ปิโตรเคมี และยังมีแรงซื้อหุ้นอื่นด้วย ตอบรับสัญญาณการพลิกฟื้น อย่างไรก็ดี พรุ่งนี้ให้ติดตามรายงานการประชุมกนง.ครั้งก่อน และติดตามเงินเฟ้อของสหรัฐ

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) ตลาดมีโอกาสผันผวน แม้จะขยับขึ้นก็ไปได้ไม่ไกล และหากปรับตัวลงก็ไม่น่าลงลึกเพราะหุ้นไทยลงมามากแล้ว พร้อมให้แนวรับ 1,160-1,170 จุด แนวต้าน 1,200-1,210 จุด

อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐปรับตัวลงแรง จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอย  โดยนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า  Bloomberg consensus ปรับเพิ่มโอกาสเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอยขึ้นสู่ระดับ 25% จาก 20% ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี   แต่จะยิ่งเพิ่มโอกาสความน่าจะเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเช่นกัน   ด้านราคาน้ำมันดิบลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดน้ำมันดิบ Brent หลุด 70 เหรียญต่อบาร์เรล จากความต้องการน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจใหญ่ เช่น จีน และสหรัฐฯ