HoonSmart.com>>”แสนสิริ”(SIRI) ตั้งเป้าปี 68 เปิด 29 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 52,000 ล้านบาท วางเป้ายอดขาย-ยอดโอน 46,000 ล้านบาท เป้ายอดขายให้กับชาวต่างชาติ 7,000 ล้านบาท หลังปี 67 ปิดที่ 6,000 ล้านบาท โดยไตรมาส 1/68 แผนเปิด 11 โครงการ มูลค่า 13,340 ล้านบาท ปีนี้โฟกัสโครงการพรีเมียม จากที่กลุ่มตลาดบนยังเติบโตได้ดี ไร้ปัญหาการกู้ ส่วนหุ้นกู้ปีนี้จะครบกำหนด 15,000 ล้านบาท ได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วนแล้ว คงเหลือหุ้นกู้ครบกำหนดปีนี้ 9,000 ล้านบาท เล็งออกหุ้นกู้ช่วงปลายปี 7,000 ล้านบาท พร้อมคาดหวังกนง.ลดดอกเบี้ยอีกครั้ง่ในไตรมาส 3/68 ช่วยกระตุ้นภาคอสังหาฯ
น.ส.ศาตพร วงศ์ไพบูลย์ Senior Investor Relations Strategies บริษัท แสนสิริ (SIRI) เปิดเผยว่า ปี 2568 ตั้งเป้าเปิด 29 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 52,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 14 โครงการ คอนโดมิเนียม 15 โครงการ โดยจะมุ่งเน้นพรีเมียมเป็นหลัก สัดส่วนในกทม.ต่อต่างจังหวัดจะอยู่ที่ 85:15 พร้อมวางเป้ายอดขายและยอดโอนไว้ที่ 46,000 ล้านบาท โดยล่าสุดถึง 9 มี.ค.มียอดขายสะสม (2 เดือน 2 สัปดาห์) 9,500 ล้านบาท คิดเป็น 21% ส่วนยอดโอนอยู่ที่ 3,600 ล้านบาท คิดเป็น 8% ของเป้า
ส่วนโครงการที่ยังเปิดขายอยู่มี 143 โครงการ เป็นมูลค่าเหลือขาย 96,000 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของมูลค่าโครงการรวมทั้งหมด ส่วนงานในมือ (Backlog) ล่าสุดมี 17,800 ล้านบาท โดย Backlog ปี 2568 มี 8,500 ล้านบาท เทียบกับเป้าโอนของ SIRI ที่ 37,000 ล้านบาท ปัจจุบันทำไปได้แล้ว 31% ของเป้าหมาย
ส่วน Backlog ของโครงการ JV มี 2,750 ล้านบาทในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็น Backlog ปีนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท เทียบกับเป้าหมายที่ 9,000 ล้านบาท ก็อยู่ที่ 31%
ส่วนคอนโดฯที่สร้างเสร็จและพร้อมโอนมีทั้งหมด 13 โครงการ มูลค่า 14,500 ล้านบาท โดยในไตรมาส 1 จะมีโอน 3 โครงการ และไตรมาส 1/2568 มีแผนเปิด 11 โครงการ มูลค่า 13,340 ล้านบาท ขณะนี้เปิดไปเกือบทุกโครงการแล้ว โดยเป็นแนวราบ 3 โครงการ และคอนโดมิเนียม 8 โครงการ
กลยุทธ์ 1.สานต่อความสำเร็จในโครงการระดับกลาง (Medium) และพรีเมียม 2.เร่งเปิดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพให้มากขึ้น 3.พัฒนาโครงการต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งภูเก็ต, พัทยา, ขอนแก่น 4.ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์พัฒนาโครงการร่วมกัน ซึ่งปี 2568 มี Mitsui Fudosan Group สนใจทำ JV ร่วมกัน อย่างเช่น โครงการ Burasiri และ Narasiri กม.10 โดยรวมบริษัทยังมีสัดส่วนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักถึง 85-90% ของรายได้รวม
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ SIRI กล่าวว่า ในปี 2568 บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายให้กับชาวต่างชาติ 7,000 ล้านบาท หลังปี 2567 ปิดยอดขายที่ 6,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ขายให้ต่างชาติแล้วเกือบ 3,000 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มไตรมาส 1/2568 ปกติทุกปีเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ยอด Presale จะน้อยกว่า แต่ปี 2568 มีการเปิดคอนโดมิเนียมหลายแห่ง และได้รับการตอบรับดี ทำให้เชื่อว่าไตรมาส 1/2568 ยอด Presale จะทำได้ตามเป้าที่กำหนดไว้ โดยเมื่อเทียบ QoQ ไตรมาส 1 จะสู้ไตรมาส 4 ไม่ได้ แต่เมื่อเทียบ YoY คาดว่าจะออกมาใกล้เคียงกัน
“ภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาฯในไตรมาส 1 ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2567 ตอนนี้เห็นแค่แนวโน้มลดดอกเบี้ย รอดูแบงก์ใหญ่นำปรับลดดอกเบี้ย ส่วน”ทรัมป์ 2.0″ มีผลต่อการค้า ทางเราก็มอนิเตอร์ดูต่อไป…อสังหาฯขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าปีนี้คงจะไม่แตกต่างไปจากปีที่ผ่านมา ปีนี้เลยมีการวางยอดขายการเติบโตไม่ได้เยอะมาก”
ปัจจัยบวกในครึ่งแรกปี 2568 อยู่ที่อัตราดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวลง โดยตอนนี้ลดไปแล้ว 0.25% และรอดูรัฐฯพยายามกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ทั้งส่วนลดค่าธรรมเนียมการโอน ซึ่งคาดจะประกาศในไตรมาสแรกปีนี้ ส่วนเกณฑ์ LTV ก็รอแบงก์ชาติประกาศ ถ้าออกมาจะช่วยธุรกิจอสังหาฯได้ อีกทั้งการท่องเที่ยวในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี
นโยบายดอกเบี้ยที่ลดลงทำให้ต้นทุนลดลงไปด้วย ซึ่งกนง.ขณะนี้ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ปรับลดอัตราดอกเบี้ย MLR ไปแค่ 0.1% ทำให้โดยรวมแล้วต้นทุนลดไปแค่ 0.07% ถือว่าไม่มากเท่าไร อย่างไรก็ดี คาดว่ากนง.น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในไตรมาส 3/2568 ซึ่งการลดดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นการซื้อได้ โดยทุก ๆ 1% อำนาจการซื้อ-การโอนจะเพิ่มขึ้น 8-10% ต้นทุนของบริษัทก็จะลดลงไปด้วย ทำให้ราคาขายลดลงได้ ส่วนเกณฑ์ LTV ยังต้องรอดูประกาศจากแบงก์ชาติก่อน
“ปีนี้บริษัทโฟกัสกลุ่ม Product พรีเมียม จากที่กลุ่มตลาดบนยังเติบโตได้ดี ขณะที่ตลาดล่างยังมีปัญหาเรื่องการกู้ ซึ่งโครงการระดับ 3 ล้าน บวก/ลบ จะมีปัญหาการกู้เยอะ บริษัทจึงปรับพอร์ตมาเปิดโครงการระดับ 7-8 ล้าน ไปจนถึง 50 ล้าน ซึ่งปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าได้รับการตอบรับดี ยอดขายประสบความสำเร็จ ดังนั้นปีนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง อำนาจซื้อยังอยู่ที่ตลาดบนอยู่ จึงเปิดโครงการระดับพรีเมียม”
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน SIRI กล่าวว่า “ปี 2568 มีหุ้นกู้ที่ครบกำหนด 15,000 ล้านบาท ซึ่งได้ดีลไปแล้ว 6,000 ล้านบาทในเดือนก.พ. และต่อหุ้นกู้ไปแล้วตั้งแต่ต้นปี 7,000 ล้านบาท เหลือหุ้นกู้ที่ครบดีลในปีนี้แค่ 9,000 ล้านบาท คาดว่าจะออกอีกครั้งในช่วงปลายปี 7,000 ล้านบาท สองรอบต้นปี-ปลายปีอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท คือเราเองไม่จำเป็นจะต้อง Roll หุ้นกู้ทั้งหมด เพราะเรามีสภาพคล่องที่ยังเหลืออยู่พอสมควร”
“โดยปกติแล้วบริษัทจะมีกำไรพิเศษจากพาร์ทเนอร์ที่มาทำ JV กับเรา ซึ่งจะมีการบุ๊คที่ดิน และปีนี้ก็มีโอกาสเกิด JV แน่นอน ส่วนการซื้อหุ้นอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ หลังหุ้น Underpriced แต่เรายังไม่ Conclusion”