HoonSmart.com>>”บี.กริม เพาเวอร์”(BGRIM) ตั้งเป้าผลงานปี 68 โต 10-15% จากโครงการใหม่ที่เข้ามา พร้อมตั้งงบลงทุน 1-1.2 หมื่นล้านบาท ใช้ลงทุนโครงการในเกาหลี, ฟิลิปปินส์ และใช้ทำ M&A 1-2 ดีล ส่วนธุรกิจ Data Center อยู่ระหว่างหาพาร์ทเนอร์คาดคืบหน้าในครึ่งแรกปี 68 แนวโน้มราคาก๊าซปี 68 คาด 320-350 บาท/MMBTU
นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เปิดเผยว่า ปี 2568 ตั้งเป้าผลงานเติบโต 10-15% จากโครงการใหม่ที่จะเข้ามา ทั้งโซลาร์ฟาร์ม และวินด์ฟาร์มในเกาหลี และตั้งงบลงทุน 10,000-12,000 ล้านบาท ใช้ลงทุนโครงการที่ได้ตกลงกันไว้แล้วในเกาหลี, ฟิลิปปินส์ และใช้ในการทำ M&A ระหว่างปีด้วย ซึ่งปี 2568 คาดว่าจะมีดีล M&A 1-2 ดีล ทำกับต่างประเทศ 1 โครงการโฟกัสพลังงานทดแทน และ M&A ธุรกิจ Data Center หรือร่วมกันลงทุน คาดว่าจะชัดเจนในครึ่งแรกปี 2568
“เราอยู่ในช่วงหา Fundraising โดยหา Strategic Partner สำหรับโครงการที่เรากำลังจะพัฒนาตอนนี้อยู่ในแผน คาดว่าจะชัดเจนในครึ่งแรกปี 2568 โดยอาจมีการลงทุนเพิ่มเติมของ BGRIM เองด้วยเพื่อซัพพอร์ตในเรื่องการลงทุน และบางส่วนอาจมีการลดหนี้ เพราะฉะนั้นปีนี้อาจมีการลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แต่เราอาจออกแค่ 6-8 พันล้านบาท แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชัดเจนในส่วนของการลงทุนเพิ่มเติม”
ในปี 2568 คาดการณ์ GDP จะเติบโต 2.9% แนวโน้มราคาก๊าซคาดว่าจะอยู่ที่ 320-350 บาท/MMBTU ความต้องการหลักจากลูกค้าอุตสากรรมซึ่งจะซื้อขายไฟ 40-50 MW โดย AMATA จะขยายพื้นที่ 6 พันไร่ ทำเป็นเฟส ๆ ทำให้บริษัทขยายฐานลูกค้าใหม่ไปได้ พร้อมวางแผนนำเข้า LNG ไม่เกิน 5 ลำเพื่อใช้ในระบบโรงไฟฟ้าของ BGRIM และปี 2568 บริษัทจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
นายสาคร สุริยาภิวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการเงินและการลงทุน BGRIM กล่าวว่า ธุรกิจ Data Center มี 2 ส่วน เป็นส่วนที่ขายไฟให้ โดยปีนี้ตั้งเป้าลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) รายใหม่ 40-50 MW ในส่วนนี้ก็จะมีลูกค้า Data Center ด้วยส่วนหนึ่ง และในส่วนของการลงทุนก็มีการเจรจากับพาร์ทเนอร์คืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งการสร้าง Data Center ต้องใช้เวลา 1-2 ปี รายได้จะเข้าหลัง Operate แล้ว ซึ่งประมาณ 2-3 ปีข้างหน้ารายได้จะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จะมีโครงการอู่ตะเภา เฟส 1 เป็นโครงการโซลาร์ ขณะนี้ได้ก่อสร้างเสร็จแล้ว คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2568, โครงการ KOPOS เป็นพลังงานลม สร้างสำเร็จไปแล้ว 92% คาดว่าจะ COD ในปี 2568, โครงการ NAKWOL 1 เป็น Offshore พลังงานลม คาดว่าจะ COD ในปีนี้ และโครงการ ARECO เป็นโครงการโซลาร์ที่ฟิลิปปินส์ กำลังผลิต 65 MW คาดว่าจะ COD ในครึ่งหลังปี 2568 โดยคาดหวังผลตอบแทน 12% ซึ่งตอนนี้พิจารณาทางเลือกซื้อขายไฟ 3 ทางเลือก 1.เปิดให้ร่วมขายไฟเป็นสัญญาระยะยาว 2.ทำเป็นสัญญาซื้อขายไฟ สัญญาอายุ 5-15 ปี ราคาแล้วแต่ตกลงกัน และ 3.ขายเข้าตลาด Merchant ซึ่งจะเป็นไปตามราคาตลาด