WHA ตื่นหุ้นร่วง 21% ออกโรงยันกำไรดี Spin off บ.ลูก WHAID ส่งผลดีต่อกลุ่มฯ

HoonSmart.com>>ผู้บริหาร WHA ตื่นหุ้นดิ่ง 21% ออกโรงแถลงด่วนบ่ายวันนี้”ไม่เข้าใจตกใจกันเรื่องอะไร กำไรก็ทำ All time high และยังนำ WHAID เข้าตลาดหุ้นอีก น่าจะเป็นเรื่องดีทั้งนั้น”เผยเป้า 5 ปี (68-72) รายได้ 41,900 ล้านบาท โต 2.9 เท่า EBITDA Margin กว่า 40% งบลงทุน 1.19 แสนล้านบาท หลังขายไอพีโอ WHAID สัดส่วนหนี้สุทธิต่อทุนต่ำ 0.7 เท่า เป้าปี 68 รายได้ 2 หมื่นล้านบาท โตกว่า 35% แย้มไตรมาส 1 ผลงานดี หุ้นปิดร่วง -19.57% มูลค่าบริษัทหายไป 13,452  ล้านบาท  

เมื่อเวลา 14.50 น.หุ้น WHA ร่วงลงแรง 21.74% ซื้อขายที่ 3.60 บาท ลดลง 1 บาท โดยเปิดตลาดที่ 4.22 บาท ขึ้นสูงสุด 4.32 บาท และต่ำสุด 3.48 บาท  ก่อนฟื้นมาปิดตลาดที่ 3.70  บาท  ร่วงลง -0.90 บาท หรือ -19.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากถึง  3,833.8 บาท ทั้งนี้ราคาหุ้นที่ดิ่งลง 19.57% ทำให้มูลค่าบริษัทหายไป 13,452.15 ล้านบาทเหลือแค่ 55,303.29 ล้านบาท

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ตื่นออกโรงเปิดแถลงข่าวด่วนช่วงบ่ายนี้ ว่า “หุ้นร่วง 21% ถือว่าเยอะมากนะ ไม่เข้าใจว่าตกใจกันเรื่องอะไร ทั้งที่ผลประกอบการของบริษัทก็ออกมาดี กำไรทำ All time high และยังจะนำบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID)เข้าตลาดฯอีก ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องดี ๆ ทั้งนั้น”

สำหรับเป้าหมาย 5 ปี (2568-2572) ของ WHA ตั้งเป้ารายได้ 41,900 ล้านบาท เติบโต 2.9 เท่า จากปี 2567 และ EBITDA Margin เป้าหมายมากกว่า 40% โดยตั้งงบลงทุนระยะ 5 ปีไว้ที่ 119,000 ล้านบาท ใช้ในธุรกิจโลจิสติกส์ 19,000 ล้านบาท, ธุรกิจ Mobility 30,000 ล้านบาท, ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 37,000 ล้านบาท, ธุรกิจ Utilities & Power 29,000 ล้านบาท และธุรกิจ Digital 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป้าหมาย Net IBD/Equity Ratio (หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม) ระยะ 5 ปีก่อนขาย IPO ของ WHAID จะมีน้อยกว่า 1.2 เท่า แต่หลังขาย IPO แล้วจะน้อยกว่า 0.7 เท่่า

สำหรับปี 2568 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 35% จากปี 2567 ที่มีรายได้ 14,303 ล้านบาท และ EBITDA Margin มากกว่า 45% ส่วน Net IBD/Equity Ratio น้อยกว่า 1.2 เท่า ส่วนงบลงทุน (CAPEX) ในปี 2568 ตั้งไว้ที่ 20,000 บาท โดยใช้ในธุรกิจโลจิสติกส์ 4,000 ล้านบาท ธุรกิจ Mobility 1,500 ล้านบาท, ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 9,900 ล้านบาท, ธุรกิจ Utilities & Power 4,500 ล้านบาท และธุรกิจ Digital 450 ล้านบาท

“ผลประกอบการปี 2568 คาดว่าจะออกมาดีมาก ๆ โดยไตรมาส 4/2567 งานในมือ (Backlog) มีอยู่ 1,535 ไร่ ซึ่งยังไม่รวม ส่วนของลูกค้ารายใหญ่ได้ซื้อที่ดินเกือบ 1,000 ไร่และได้มีการบันทึกไปแล้วในปี 2567 กว่า 500 ไร่ ส่วนที่เหลือจะบันทึกอีก 400 กว่าไร่ในปีนี้ คาดในไตรมาส 1 หรือ 2  นอกจากนี้ยอดขายไตรมาส 1 ปี 2568 คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งบริษัทฯได้มีการปรับราคาขายที่ดินเพิ่มขึ้น 10-15% ในช่วงต้นปี 2568 แล้ว”

ทั้งนี้ ธุรกิจ Mobility ในปี 2568 บริษัทฯ มุ่งสร้าง Built-to-Suit EV ecosystem of Logistics ที่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) และการให้บริการอย่างครบวงจร โดยตั้งเป้ามีรถ EV ภายใต้การบริการเช่ารถรวม 1,700 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 คัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA กล่าวว่า WHAID ยังเติบโตได้อีกมาก การนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากต้องการ Funding เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ ไม่อย่างนั้น WHA ก็ต้องออกหุ้นกู้ เพื่อไปป้อนบริษัทลูก ซึ่งตอนนี้เห็นถึงความเหมาะสมและโอกาสที่เหมาะสมในการจะเข้าตลาดแล้ว การ Spin off ของ WHAID จะทำให้เกิดการเติบโตในทุกภาคส่วน ดีต่อภาพบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นด้วย

“ก่อน WHAID จะขาย IPO จะต้องปรับพาร์จาก 0.40 บาท เป็น 1 บาท ก่อน ซึ่งจะขายหุ้นออกใหม่ 9.09% และขายหุ้นเดิมอีก 13.64% หลังขาย IPO เราก็ยังถือ WHAID อยู่ 75.95% โดยจะขาย IPO ให้ทั้งนักลงทุนรายย่อย และสถาบัน รวมถึงจะให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นของ WHA ด้วยการทำ Pre-Emptive ด้วย สำหรับหุ้น WHAID จะเข้าตลาดเมื่อไรยังบอกไม่ได้ ต้องดูสภาวะตลาดด้วย ถ้าไม่เอื้อก็ไม่่จำเป็นต้องเข้าตลาดในปีนี้”

ทั้งนี้คณะกรรมการ WHA มีมติเดินหน้าแผนออกและเสนอขายหุ้น WHAID ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงโอกาสในการสร้างการเติบโตของทุกธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ จำนวน 970,518,600 หุ้น สัดส่วนไม่เกิน 22.73% แบ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุน  9.09%  และหุ้นเดิม 13.64% ซึ่ง  WHA  จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ WHAID  ถือทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่น้อยกว่า 75.95% ของทุนชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO

นอกจากนี้ คณะกรรมการของบริษัทฯ และ WHAID ยังมีมติอนุมัติการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ผ่านการขายหุ้น WHAUP ในสัดส่วน  10% โดย WHAID และบริษัทย่อยของ WHAID ให้แก่ WHA เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเพิ่มความยืดหยุ่นและเสริมสร้างความสามารถเชิงกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจของ WHAUP และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นของทั้ง WHA, WHAID และ WHAUP โดยภายหลังการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ WHA และ WHAID จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน WHAUP ที่ 10% และ 61.59% ตามลำดับ คาดว่าธุรกรรมการปรับโครงสร้างจะแล้วเสร็จก่อนการเสนอขายหุ้น IPO ของ WHAID

กลุ่มบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผ่านแผนการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในระยะยาวสำหรับทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ซึ่งได้แก่ 1) ธุรกิจโลจิสติกส์ 2) ธุรกิจโมบิลิตี้ (ภายใต้แบรนด์ Mobilix) 3) ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 4) ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และ 5) ธุรกิจดิจิทัล

พร้อมกันนี้ WHA ได้เปิดเผยผลดำเนินงานปี 2567 มีกำไรสุทธิ (Net Profit) ปี 2567 เท่ากับ 4,359.4 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 4,425.7 ล้านบาท หากพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเท่ากับ 4,526.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จาก ปี 2566 สาเหตุหลักจากอัตรากำไรที่สูงขึ้นของธุรกิจที่ดิน และการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจให้เช่า และบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ และ Green Logistics และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภค

ทางด้านนักวิเคราะห์หลายรายออกบทวิเคราะห์ผิดหวังผลงานของ WHA หลังจากไตรมาสที่ 4/2567 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรเพียง 4,387.5 ล้านบาท ลดลง 48.5% และกำไรสุทธิ 1,246.7 ล้านบาท ลดลง 48.4% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

กำไรและรายได้ที่ลดลงแยกตามธุรกิจ รายได้จะมาจาก
1. รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ และ Green Logistics จำนวน 457.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9%
2. รายได้จากการขายที่ดิน และส่วนแบ่งกำไรฯ จำนวน 1,622.3 ล้านบาท ลดลง 60.6%
3. รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และส่วนแบ่งกำไรฯ จำนวน 909.5 ล้านบาท ลดลง 68.8%
4. รายได้และส่วนแบ่งกำไรฯ ในธุรกิจสาธารณูปโภคจากการดำเนินงาน จำนวน 714.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1%
5. รายได้และส่วนแบ่งกำไรฯ ในธุรกิจไฟฟ้าจากการดำเนินงาน จำนวน 309.5 ล้านบาท ลดลง 44.2%
6. รายได้อื่น จำนวน 290.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 627.5%

———————————————————————————————————————————————————–