WHA ร่วง 13.91% Spin-off บ.ลูก WHAID เข้าตลาด กำไรสุทธิปี 67 หด 1.5%

HoonSmart.com>>หุ้น WHA ร่วง 13.91% บอร์ด”ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น”(WHA) เดินหน้าส่ง”ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์” (WHAID) เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เสนอขายหุ้น IPO 970.518 ล้านหุ้น สัดส่วน 22.73% WHA จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่น้อยกว่า 75.95% ตั้งเป้ายอดขายที่ดินในนิคมฯจำนวน 2,350 ไร่ ในปี 68 คาดงบลงทุนภายใน 5 ปี ที่ 37,000 ล้านบาท พร้อมปรับโครงสร้างถือหุ้น WHAUP ส่วนผลงานปี 67 กำไรสุทธิ 4,359.4 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากปี 66 ที่มีกำไรสุทธิ 4,425.7 ล้านบาท ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน

เมื่อเวลา 10.32 น.หุ้น WHA ร่วง 13.91% มาที่ 3.96 บาท ลดลง 0.64 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,022.60 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 4.22 บาท ขึ้นสูงสุด 4.32 บาท และต่ำสุด 3.92 บาท

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น(WHA) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเดินหน้าแผนเตรียมการออกและเสนอขายหุ้นของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID) ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงโอกาสในการสร้างการเติบโตของทุกธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ จำนวน 970,518,600 หุ้น สัดส่วนไม่เกิน 22.73% แบ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุน  9.09%  และหุ้นเดิม 13.64% ซึ่ง  WHA  จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ WHAID  ถือทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่น้อยกว่า 75.95% ของทุนชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO

นอกจากนี้ คณะกรรมการของบริษัทฯ และ WHAID ยังมีมติอนุมัติการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ผ่านการขายหุ้น WHAUP ในสัดส่วน  10% โดย WHAID และบริษัทย่อยของ WHAID ให้แก่ WHA เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเพิ่มความยืดหยุ่นและเสริมสร้างความสามารถเชิงกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจของ WHAUP และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นของทั้ง WHA, WHAID และ WHAUP โดยภายหลังการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ WHA และ WHAID จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน WHAUP ที่ 10% และ 61.59% ตามลำดับ คาดว่าธุรกรรมการปรับโครงสร้างจะแล้วเสร็จก่อนการเสนอขายหุ้น IPO ของ WHAID

กลุ่มบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผ่านแผนการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในระยะยาวสำหรับทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ซึ่งได้แก่ 1) ธุรกิจโลจิสติกส์ 2) ธุรกิจโมบิลิตี้ (ภายใต้แบรนด์ Mobilix) 3) ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 4) ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และ 5) ธุรกิจดิจิทัล

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น   กล่าวว่า WHAID ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน WHAID มีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 15 แห่ง และมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกว่า 78,500 ไร่ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ประกอบด้วยนิคมอุตสาหกรรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 13 แห่ง และนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 2 แห่ง (และส่วนขยายของนิคมอุตสาหกรรมเดิมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 2 แห่ง) นอกจากนี้ ยังมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมใหม่และส่วนขยายของนิคมอุตสาหกรรมเดิมที่รอการพัฒนาอีกจำนวน 7 โครงการ โดย WHAID ได้มุ่งมั่นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) อย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นพันธมิตรที่ให้บริการโซลูชั่นแบบครบวงจรแก่ลูกค้า

บล.กสิกรไทย แนะนำ”ซื้อ”หุ้น WHA ราคาเป้าหมาย 6 บาท แม้มีมุมมองเป็นบวกต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจ เนื่องจากจะทำให้การประเมินมูลค่าหุ้น โดย WHA มีความชัดเจนมากขึ้น บนฐานทุนที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามการระดมทุนบนระดับ gearing ที่ไม่สูงในปัจจุบัน (net IBDE ratio สิ้น ปี 2567 อยู่ที่ 1.06x บน financial covenant ที่สูงถึง 2.5x หรือสามารถกู้เงินได้อีก 5.5 หมื่นล้านบาท หรือมากกว่าเท่าตัวจากระดับปัจจุบันที่ 4.9 หมื่นล้านบาท)อาจสร้างความกังวลให้นักลงทุนบางกลุ่มต่อฐานะการเงินของ WHA หรือความต้องการในการขยายการลงทุนจำนวนมากในระยะสั้น

นอกจากนี้ บริษัทมีการปรับเพิ่ม capex ในช่วง 5 ปีจาก 7.87 หมื่นล้านบาท เป็น 1.19 แสนล้านบาท หลัก ๆ เป็นการลงทุนในธุรกิจใหม่ ได้แก่ WHA Mobility อย่างไรก็ตาม จะมีการให้ความเห็นเพิ่มเติมหลังการประชุมกับบริษัทต่อไป

พร้อมกันนี้ WHA ได้เปิดเผยผลดำเนินงานปี 2567 มีกำไรสุทธิ (Net Profit) ปี 2567 เท่ากับ 4,359.4 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 4,425.7 ล้านบาท หากพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติเท่ากับ 4,526.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จาก ปี 2566 สาเหตุหลักจากอัตรากำไรที่สูงขึ้นของธุรกิจที่ดิน และการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจให้เช่า และบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ และ Green Logistics และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภค

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำ”ซื้อ”หุ้น WHA ราคาพื้นฐานปี 68 ที่ 6.70 บาท ไตรมาส 4 ปี 2567 ประกาศกำไรสุทธิ 1,247 ล้านบาท -48.4%y-y +171.5%q-q ต่ากว่าที่คาด จากโอนที่ดิน 449 ไร่ น้อยกว่าที่คาดไว้ และมีการบันทึกภาษีเพิ่มขึ้นรวมทั้งปี 67 โอนที่ดิน 2,020 ไร่ -8.1%y-y โดยมีโอนในส่วนของ JV เข้ามา ทำให้รายได้รวมอ่อนตัว y-y แต่ทำ GPM ดีขึ้น และมีส่วนแบ่งกาไรที่สูงขึ้นยังคงทำให้ EBT เติบโต y-y แต่ด้วยภาษีที่ถูกบันทึกเพิ่มขึ้น ทำให้ปี 67 มีกำไรสุทธิ 4,359 ล้านบาท -1.5%y-y การขยายธุรกิจกังวล Payout ลดลง