HoonSmart.com>>บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) คาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยระยะสั้น 3 เดือน ปรับตัวตามปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนกังวลนโยบายภาษีสหรัฐฯ ด้านปัจจัยในประเทศมีจำกัด แนะนำ “Neutral” ส่วนระยะ 6-12 เดือนยัง “Overweight” พร้อมแนะทยอยลงทุนหุ้นสหรัฐฯ 2 ธีมหุ้นเติบโตคุณภาพดี-หุ้นเกี่ยวข้องเทคโนโลยี AI ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี (MFC) เผยมุมมองการลงทุนผ่าน MONTHLY INVESTMENT STRATEGY ประจำเดือนก.พ. โดยมองแนวโน้ม “ตลาดหุ้นไทย” จะเคลื่อนไหว Sideways ภาพระยะสั้นคาดว่าจะปรับตัวตามปัจจัยจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจัยบวกใหม่ในประเทศยังมีจำกัด อีกทั้งนักลงทุนมีความกังวลต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะนโยบายด้านภาษีและติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประจำไตรมาส 4/67 ด้านภาพรวมการท่องเที่ยวไทยตั้งแต่ 1 ม.ค.-26 ม.ค.68 รวมทั้งสิ้น 3,020,511 คน
ส่วนปัจจัยราคาหุ้นไทยยังอยู่ระดับที่น่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันค่า Forward P/E ของดัชนี SET Index อยู่ที่ระดับ 13.49 เท่า ดังนั้น MFC จึงมีมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น (0-3 เดือน) เป็น Neutral และระยะยาว (6-12 เดือน) ให้น้ำหนักเป็น Overweight กองทุนแนะนำ ได้แก่ M-FOCUS, M-S50, HIDIV-D และ M-MIDSMALL
ด้าน “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” มีแนวโน้มกลับมาผันผวนอีกครั้ง หลังทรัมป์ประกาศปรับขึ้นภาษีศุลกากรครั้งใหม่จาก 3 ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ โดยเป็นการขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศเม็กซิโก, แคนาดา และจีน สร้างความไม่แน่นอนให้เศรษฐกิจโลก และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อตามมา
อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของผลกระทบในรอบนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีการเจรจาต่อรองหรือตอบโต้กลับจากประเทศคู่กรณีหรือไม่
“MFC มองการปรับตัวลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากการประกาศปรับขึ้นภาษีศุลกากรของทรัมป์ในรอบนี้เป็นจังหวะทยอยลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นเติบโตคุณภาพดีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ระยะสั้น 0-3 เดือนและระยะยาว 6-12 เดือน เป็น Overweight”
กองทุนแนะนำ ได้แก่ MGF, M-USEQH , M-USEQUH, MUSPIN-H, MUSPIN-UH
ส่วน “ตลาดหุ้นยุโรป” ธนาคารกลางยุโรปปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ตามคาดการณ์ รวมถึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือน มี.ค. นี้ คาดว่าในเดือนก.พ. ตลาดหุ้นยุโรปจะปรับตัวขึ้นลงตามข่าวการเก็บภาษีของสหรัฐฯ เศรษฐกิจยุโรปยังมีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่องและยังโดนกดดันจากหลายปัจจัย
อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจยุโรปได้ในระยะกลางถึงยาว MFC คงน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปที่ Neutral จากความเสี่ยงเรื่องความผันผวนในระยะสั้นจากความกังวลเกี่ยวกับการเก็บภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจ กองทุนแนะนำ ได้แก่ MERU
ขณะที่ “ตลาดหุ้นจีน” ในช่วงเดือนม.ค. ได้รับแรงกดดันจากประเด็นสงครามการค้า หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ยังไม่มีปัจจัยสนับสนุนใหม่ ทั้งจากตัวเลขเศรษฐกิจและนโยบายใหม่จากรัฐบาล จึงคงมุมมอง Neutral ต่อหุ้นจีน จากระดับ Valuation ที่น่าสนใจ แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอน แต่มีสัญญาณการฟื้นตัวในบางภาคส่วน กองทุนแนะนำ ได้แก่ MCHEVO และ MCHINA
ส่วน “ตลาดหุ้นอินเดีย” ในช่วงเดือนม.ค. ดัชนี Nifty 50 ปรับตัวลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ Fund Flow ไหลออกจากตลาดหุ้นอินเดีย คงมุมมองเป็น Neutral จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และประเด็นสงครามการค้า ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นอินเดียและ Emerging Market โดยรวมซึ่งมีบัญชีการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ กองทุนแนะนำ MINDIA
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจซื้อกองทุน ซื้อผ่าน App: MFC WEALTH https://mfcwealth.page.link/hdtqr8c4mydE15yp