ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 308 จุด เหนือ 45,000 จุดครั้งแรก รับความเห็นประธานเฟด

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐทั้ง 3 แห่งปรับตัวขึ้นแรง ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 308 จุด เหนือ 45,000 จุดครั้งแรก รับความเห็นประธานเฟด เศรษฐกิจแข็งแกร่ง พิจารณาดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ยังคงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้กลุ่มเทคโนโลยีหนุน ด้านตลาดยุโรปปิดบวกสูงสุดใหม่ในรอบ 1 เดือน เยอรมันปิดเหนือระดับ 20,000 จุด ส่วนราคาน้ำมันดิบลดลง 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 4 ธ.ค. 2567 ปิดที่ 45,014.04 จุด เพิ่มขึ้น 308.51 จุด หรือ +0.69% เป็นการปิดเหนือระดับ 45,000 จุดครั้งแรก ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ยังคงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการปรับขึ้นต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังการรายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ Salesforce และ Marvell Technology รวมไปถึงการให้ความเห็นในเชิงบวกของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) นายเจอโรม พาวเวลล์

ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,086.49 จุด เพิ่มขึ้น 36.61 จุด, +0.61%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,735.12 จุด เพิ่มขึ้น 254.21 จุด, +1.30%

หุ้น Salesforce เพิ่มขึ้นเกือบ 11% หลังจากที่บริษัทประกาศรายได้ในไตรมาสสามของปีบัญชีที่สูงกว่าคาด ส่วน Marvell ผู้ผลิตชิป เพิ่มขึ้น 23% เป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่ดีที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. 2023 หลังจากรายงานผลประกอบการดีกว่าคาดและคาดการณ์ที่แข็งแกร่งสำหรับไตรมาสสี่

การปรับขึ้นของทั้งสองบริษัทส่งผลให้กองทุน Technology Select Sector SPDR Fund (XLK) ขึ้นสู่ระดับ all-time high เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยปิดเพิ่มขึ้น 1.8%

ปีเตอร์ คาร์ดิลโล หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์การตลาดของ Spartan Capital Securities ในนิวยอร์ก กล่าวว่า ความคิดเห็นโดยรวมของพาวเวลล์ประกอบกับรายงานกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเฟด ส่งผลให้ตลาดปรับตัวขึ้น

นายพาวเวลล์กล่าวสุนทรพจน์ในงานเสวนา New York Times DealBook Summit ซึ่งจัดขึ้นที่นครนิวยอร์กว่า เศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าที่เห็นในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่เฟดเริ่มลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายระมัดระวังอยู่บ้างในการลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก

“ตลาดแรงงานดีขึ้น และความเสี่ยงด้านลบดูเหมือนจะน้อยลงในตลาดแรงงาน การเติบโตนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เราคิดอย่างแน่นอน และอัตราเงินเฟ้อก็สูงขึ้นเล็กน้อย ข่าวดีก็คือว่าเราสามารถระมัดระวังขึ้นอีกสักหน่อย ในขณะที่เราปรับอัตราดอกเบี้ยไปสู่ระดับที่เป็นกลาง”

ในรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book เฟดระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้ขยายตัวเล็กน้อยในเกือบทุกภูมิภาคตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม

นักลงทุนคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในการประชุมของเฟดในวันที่ 17-18 ธันวาคม

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อวานนี้ได้แก่ คำสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนตุลาคจากกระทรวงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนกันยายน และเมื่อเทียบรายปี เพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าทุนพื้นฐาน ที่ไม่รวมหมวดอาวุธและเครื่องบิน ลดลง 0.2%

สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) รายงาน ดัชนีภาคบริการเดือนพฤศจิกายนลดลงมาที่ 52.1 จากระดับ 56.0 ในเดือนตุลาคม และต่ำกว่า 55.5ที่นักวิเคราะห์คาด

ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) รายงาน การจ้างงานของภาคเอกชนเดือนพฤศจิกายนว่าเพิ่มขึ้น 146,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่า 163,000 ตำแหน่ง ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

แซม สโตวัล หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ CFRA Research ในนิวยอร์กกล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดค่อนข้างแน่นอนว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

นักลงทุนจับตาการรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 202,000 ตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน และอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นมาที่ 4.2%

ตลาดยุโรปปิดบวกที่ระดับสูงสุดใหม่ของรอบ 1 เดือน โดยตลาดหุ้นเยอรมันปิดเหนือระดับ 20,000 จุด ขณะที่นักลงทุนจับตาฝรั่งเศส ซึ่งการลงมติไม่ไว้วางใจในรัฐสภามีแนวโน้มที่จะโค่นล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี มิเชล บาร์นิเยร์

ดัชนี STOXX 600 ปรับขึ้นเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน จากหุ้นค้าปลีกนำการปรับขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 2.2%
ดัชนี DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 1% และปิดเหนือ 20,000 จุดเป็นครั้งแรก โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้น3.7% ของหุ้น SAP

หุ้น Hugo Boss พุ่งขึ้น 9.7% หลังจากที่ Baader Helvea ปรับคำแนะนำเป็น Buy” จาก “ADD”
ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสปิดบวก ก่อนการลงคะแนนเสียงในญัตติไม่ไว้วางใจมีขึ้นหลังตลาดปิด

รัฐบาลผสมของบาร์นิเยร์ที่บริหารประเทศมา 3 เดือนมีแนวโน้มที่จะถูกลงมติไม่ไว้วางใจ ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังประสบกับคสามยากลำบากในการควบคุมการขาดดุลงบประมาณจำนวนมาก

ข้อมูลที่รายงานแสดงให้เห็นว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองของฝรั่งเศสส่งผลกระทบต่อภาคบริการ ในขณะที่กิจกรรมทางธุรกิจของยูโรโซนลดลงอย่างรวดเร็ว

ความวุ่นวายทางการเมืองในฝรั่งเศสส่งผลกระทบต่อดัชนี CAC 40 ซึ่งลดลงมากกว่า 3% ในปีนี้ และลดลงมากเป็นอันดับต้นๆ เทียบกับประเทศอื่นๆ ขณะที่ส่วนต่างระหว่างพันธบัตรฝรั่งเศสและเยอรมันขยายวงกว้างขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 517.45 จุด เพิ่มขึ้น 1.92 จุด, +0.37%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 8,335.81 จุด ลดลง 23.60 จุด, -0.28%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,303.28 จุด เพิ่มขึ้น 47.86 จุด, +0.66%,
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 20,232.14 จุด เพิ่มขึ้น 215.39 จุด, +1.08%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมกราคม ลดลง 1.40 ดอลลาร์ หรือ 2.0% ปิดที่ 68.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมกราคม ลดลง 1.31 ดอลลาร์ หรือ 1.78% ปิดที่ 72.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
———————————————————————————————————————————————————–