ศาลพิพากษา ‘ALL ล้มละลาย’ ผู้ถือหุ้นกู้ 2,334 ลบ.จะต้องทำอย่างไร

HoonSmart.com>>ศาลล้มละลายมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์”ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์” (ALL) ไว้เด็ดขาด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้ยื่นคำร้องแถลงความประสงค์บังคับคดียึดทรัพย์หลักประกันของหุ้นกู้ บริษัทมีหุ้นกู้  7 รุ่น รวมมูลค่าคงค้าง 2,334.2 ล้านบาท ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ทางสมาคมตราสารหนี้ไทยมีข้อแนะนำผู้ถือหุ้นกู้จะต้องทำอย่างไรต่อไป  

วันที่ 31 ต.ค. 2567 ตามที่คดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง หมายเลขแดงที่ ล.745/2567 ระหว่างนาย ชิษณุพงศ์ ตั้งคุณาพิพัฒน์ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ และ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (ALL) หรือลูกหนี้  ซึ่งศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้ไว้เด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 2567 โดยอำนาจในการจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 นั้น

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้ดำเนินการยื่นคำร้องแถลงความประสงค์ในการบังคับคดียึดทรัพย์หลักประกันของหุ้นกู้ ภายหลังศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2567 โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าของสำนวนได้รับคำร้องรวมไว้ในสำนวนเรียบร้อยแล้วตามที่ลูกหนี้ได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษให้พิจารณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2567 และมีประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2567 นั้น เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2567 ศาลล้มละลายกลางได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พิพากษายืนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ทั้งนี้ ลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมด้วยฎีกาต่อศาลล้มละลายกลางภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ศาลได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 28/2 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247

สำหรับการล้มลายครั้งนี้เกิดจากการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2567 เวลา 10.00 น. ที่กรมบังคับคดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลว่าที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายนั้น ครั้งนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ขอแจ้งให้ทราบว่า ศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้จำเลยคือ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ฯล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 61 เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2567

 

ทั้งนี้บริษัท ออลล์ อินสไปร์ฯมีหุ้นกู้จำนวน 7 รุ่น รวมมูลค่าคงค้างทั้งสิ้น 2,334.2 ล้านบาท ประกอบด้วย

1. หุ้นกู้ ครั้งที่ 4/2563 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2568 (ALL22OA) มูลค่า 80.70 ล้านบาท

2. หุ้นกู้มีประกัน ครั้งที่ 5/2563 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2568 (ALL235A) มูลค่า 631.90 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันจำนวน 987.75 ล้านบาท

3. หุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2564 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2568 (ALL232A)มูลค่า 111.90 ล้านบาท

4. หุ้นกู้มีประกัน ครั้งที่ 2/2564 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2568 (ALL23OA) มูลค่า 380 ล้านบาท มีที่ดินเป็นหลักประกัน 485.62 ล้านบาท

5. หุ้นกู้มีประกัน ครั้งที่ 3/2564 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2569 (ALL244A) มูลค่า 709.90 ล้านบาท มีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันจำนวน 1,117.43 ล้านบาท

6. หุ้นกู้มีประกัน ครั้งที่ 1/2565 ชุดที่ 1 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2569 (ALL242A) มูลค่า 168.20 ล้านบาท ฃ

7. หุ้นกู้มีประกัน ครั้งที่ 1/2565 ชุดที่ 2 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2568 (ALL252A) มูลค่า 251.60 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันจำนวน 468.84 ล้านบาทสำหรับ ALL242A, ALL252A

สำหรับผู้ซื้อหุ้นกู้ที่มีหลักประกันของ ALL จะต้องทราบว่าหลักประกันเหล่านี้ มีลำดับชั้นในสิทธิของการเรียกคืนเท่าไร  เมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าหนี้กลุ่มอื่นๆ เช่น สถาบันการเงิน

ส่วนขั้นตอนต่อไป ผู้ถือหุ้นกู้จะต้องทำอย่างไร  ทางสมาคมตราสารหนี้ไทยมีข้อแนะนำ  ….

 

 

———————————————————————————————————————————————