“กองทุนกรุงไทยสมาร์ทอิควิตี้” ผลตอบแทนเด่น 5 ปีย้อนหลัง 70%

KTAM ชูกองทุน KTEF ผลตอบแทนเด่น 5 ปีย้อนหลัง 70% ครองอันดับ 1 ทั้ง AIMC-Morningstar เปิดกลยุทธ์เฟ้นหุ้นพื้นฐานดี ธุรกิจเติบโตสูง ผู้จัดการกองทุนปรับลดลงทุนหุ้นกลุ่มที่พุ่งแรง ลดความเสี่ยงตลาดหุ้นปรับตัวลงในระยะสั้น

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า กองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ทอิควิตี้ (KTEF) เป็นกองทุนระดับ 5 ดาวจาก Morningstar มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี เป็นที่1 จากการจัดอันดับของ Mornongstar ในกลุ่ม Thailand EQ Equity Large-Cap และ AIMC ในกลุ่ม Equity General โดยผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 มกราคม 2561 ย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 17.96 % 3 ปี อยู่ที่ 38.35% และ5 ปี อยู่ที่ 70% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานAIMC ย้อนหลัง1 ปี อยู่ที่ 15.82% 3 ปี อยู่ที่ 15.53 % และ5 ปี อยู่ที่ 23.92 % กองทุน KTEF มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจสูง กองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

ชวินดา หาญรัตนกูล

อย่างไรก็ตามแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ มีความผันผวน เนื่องจากความกังวลตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากตัวเลขจ้างงานและค่าแรงของสหรัฐ ที่จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ความกังวลดังกล่าว จึงส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นทั่วโลก ที่มีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดแรงขายจากความตื่นตระหนก (panic sell) อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปรับพอร์ตดังกล่าว จะเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้น ประมาณ 1-2 เดือน

นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผู้จัดการกองทุนได้ทำการปรับสัดส่วนการลงทุน โดยปรับลดการลงทุนในหุ้น / กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เข้าลงทุนให้หุ้น/กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดโดยรวม (Laggard stock) โดยเลือกหุ้นที่มีฐานะทางการเงินที่ดี/หุ้นที่มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้นในระยะสั้น และได้ทำการลดการลงทุนกระจุกตัวในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง กระจายพอร์ตการลงทุน ทั้งจำนวนหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรม) เพื่อรองรับความผันผวนที่เกิดขึ้นในระยะสั้น โดยคาดว่าจะสามารถลดความเสี่ยงจากการปรับตัวลงอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นได้ในระยะสั้นได้และบริษัทได้ตั้งเป้าหมายดัชนีในปีนี้ไว้ที่ 1900 จุด

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 181 (KTFF181) เสนอขายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 อายุ 6 เดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทเงินฝากประจำ Agricultural Bank of China , Bank of China , China Construction Bank , บัตรเงินฝาก Bank of Communications , Industrial and Commercial Bank of China Ltd ในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 19% ส่วนที่เหลือลงทุนในพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.20%ต่อปี