SGC ยืม SINGER 1 หมื่นลบ.คาดจ่ายหมดปี 71

HoonSmart.com>>“เอสจี แคปปิตอล” (SGC) ย้ำแผนเพิ่มทุน หนุนธุรกิจเดินหน้า คืนหนี้ SINGER เร็วขึ้น จากยอดกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดจ่ายหมดปี 71 ลุยธุรกิจสินเชื่อสมาร์ทโฟน “SG Finance+” ด้วยเทคโนโลยี Locked Phone  ลดพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เหลือ 8-9 พันล้านบาท นำไปปล่อยสินเชื่อสมาร์ทโฟน เพิ่มกำไร คุม NPL  ไม่เกิน 3-5% ด้าน SINGER ย้ำไม่ต้องเพิ่มทุน มีเงินคืนหุ้นกู้เดือนก.ย.นี้ แย้มยอดขายครึ่งปีหลังโต 40% เทียบครึ่งปีแรก เปิดตัวธุรกิจใหม่ส.ค.นี้

นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล (SGC)  เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯมีหนี้กู้ยืมจากบริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดย SGC เพิ่มทุน RO ในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน คาดจะได้รับเงินกว่า 4,000 ล้านบาท ไปใช้คืนหนี้ให้กับ SINGER ส่วนเงินกู้ยืมอีก 6,000 ล้านบาท จะ Rollover ไป ซึ่งจะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จาก 3.4 เท่า ลดลงเหลือ 1 เท่าเศษ ทำให้ SGC สามารถออกหุ้นกู้ได้ในอนาคต  คาดจะชำระหนี้คืนให้ SINGER ได้ทั้งหมดในปี 2571

“ภายหลังจากที่ประกาศแผนเพิ่มทุนไปแล้วนั้น นักลงทุน และผู้ถือหุ้น ได้สอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดแถลงแผนเพิ่มทุน เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจได้เท่าเทียมกัน โดยมองโอกาสของสินเชื่อ “เอสจี ไฟแนนซ์พลัส (SG Finance+)” ภายใต้แคมเปญ Locked Phone จะเป็น Turning Point ของ SGC เนื่องจากปล่อยสินเชื่อเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  ตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบผ่านร้านมือถือชั้นนำทั่วประเทศ (Nationwide) ไปเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี เพื่อให้บริการกับกลุ่มที่ต้องการใช้มือถืออย่างแท้จริง  นำไปประกอบอาชีพ การติดต่อสื่อสาร และพิจารณาควบคุมความเสี่ยงในการปล่อยให้กับลูกค้าที่มีศักยภาพผ่อนจริง โดยหลักๆ เป็นกลุ่ม Underserved เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการปล่อยสินเชื่อของภาครัฐ ที่ต้องการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ”

ส่วนผลการดำเนินงานในเดือนมิ.ย.บริษัทฯได้ปล่อยสินเชื่อได้กว่า 18,000 สัญญา ยอดรวมกว่า 168 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกัน จากการขยายร้านค้าเป็น 3,000 ร้านค้า และคาดถึงสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 5,000 แห่ง  พร้อมตั้งเป้าในเดือนก.ค.จะปล่อยสินเชื่อได้ถึง 30,000 สัญญา และถึงสิ้นปีปล่อยสินเชื่อ 1 แสนสัญญา

“บริษัทฯมีแผนจะลดขนาดพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (C4C) หรือสินเชื่อรถทำเงิน จากประมาณ 11,000 ล้านบาท ลดลงเหลือ 8,000-9,000 ล้านบาท และจะนำเอาไปปลอ่ย Locked Phone ได้เพิ่มอีก 2,000-3,000 ล้านบาท ทำให้ลูกหนี้สัดส่วน 80% จะลดลงเรื่อย ๆ ไปเพิ่มสัดส่วนของ Locked Phone ส่งผลดีต่อกำไรและยังคุม NPL ได้ เพราะเราได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึึ้นจาก 14% เป็นได้ 28% อีกทั้ง Net Yield ได้ถึง 16% การทำสัญญาจะให้สั้นประมาณ 12 เดือนถึง 24 เดือน เชื่อมั่นระบบ Locked ทำให้สามารถคุม NPL ได้ไม่เกิน 3-5% และยังเปลี่ยพฤติกรรมผู้บริโภคได้ด้วย เราล่อยสินเชื่อมือถือราคา 8,000 บาทขึ้นไป หากลูกหนี้ไม่จ่าย 3 งวดก็จะดำเนินการตามกฎ”

นอกจากนั้น ในเดือนก.ค. บริษัทฯ ได้จับมือพันธมิตรแบรนด์มือถือชั้นนำเพิ่มเติม แบรนด์ Realme ทำให้บริษัทฯมีแบรนด์มือถือที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 4 แบรนด์ ได้แก่ Oppo, Vivo, Xiaomi และ Realme ซึ่งถือเป็นยักษ์ใหญ่ที่มีมาร์เก็ตแชร์ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยรวมกันประมาณ 55% เพิ่มโอกาสการเติบโต สนับสนุนความต้องการสินเชื่อ SG Finance+ ผลตอบแทนจากธุรกิจ Lock Phone จะมีประมาณ 16%

ด้านนายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) กล่าวว่า ในฐานะของบริษัทแม่ของ SGC  ซึ่งถือหุ้น 74.92% เชื่อมั่นว่า การปรับเปลี่ยนทางธุรกิจเพื่อสร้างรากฐานใหม่ของ SGC  จะสร้างโอกาสการเติบโตต่อไปในอนาคต ทั้งในด้านผลการดำเนินงาน และความมั่นคงทางการเงินในงบดุลของบริษัท ทั้งนี้ SINGER ได้พิจารณาประมาณการทางการเงินในอนาคตแล้ว มองว่า การนำเอาเทคโนโลยี และการควบคุมความเสี่ยงด้วยระบบมาช่วยบริหารจัดการ จะสร้างรากฐานการเติบโตของกลุ่ม SINGER เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นได้ในอนาคต

“การเพิ่มทุนของ SGC ทำให้สามารถคืนหนี้ให้กับ SINGER ได้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องคืนอีกหลายปี ซึ่งบริษัทจะนำเงินที่ได้จาก SGC ไปใช้ในการต่อยอดลงทุน โดยในเดือนส.ค.จะมีการแถลงเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี อีกทั้ง SINGER ยังพร้อมที่จะคืนหุ้นกู้ และยังมี D/E ที่ต่ำ จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ส่วนการออกหุ้นกู้ใหม่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณา”

สำหรับผลงานไตรมาส 2/2567 ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตามไปด้วย หลังไตรมาส 2 บริษัทมีแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนการขายและการบริหารงาน เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายคงที่ จะทำให้ปี 2568 บริษัทคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ มีความสามารถทำกำไรได้มากขึ้น

“ยอดขายรวมของ SINGER ในไตรมาส 2 เติบโต 24% จากไตรมาสแรก และเติบโต 30% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2566 และครึ่งหลังปี 2567 คาดว่าจะเติบโต 40% จากครึ่งปีแรก”

ก่อนหน้านี้ SGC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ  คณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 5,232 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 8,502 ล้านบาท จัดสรรหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม  3,270 ล้านหุ้น สัดส่วน 1 ต่อ 1 เสนอขายในราคาที่มีส่วนลดไม่เกิน 15% ของราคาตลาด ณ วันกำหนดราคาเสนอขาย

รวมทั้ง จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน  654 ล้านหุ้น รองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นของ SGC-W1 และ 1,308 ล้านหุ้น รองรับ SGC-W2  บริษัทคาดว่าจะได้รับเงินจากการเพิ่มทุนและแปลงวอร์แรนต์มากกว่า 8,829 ล้านบาท  นำเงินชำระคืนหนี้ SINGER และขยายธุรกิจ

ด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 4 ก.ค. ราคาหุ้นกลุ่มเจมาร์ทขึ้นยกแผง โดย SGC ปิดที่ 1.41 บาท บวก 0.08 บาทหรือ+6.02% SINGER ปิดที่ 8.40 บาท บวก 0.35 บาทหรือ +4.35% JMART ปิดที่ 12.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาทหรือ +3.36% และ JMT ปิดที่ 12.70 บาทบวก 0.50 บาทหรือ +4.10%