DELTA หนาว-โบรกให้ค่า 610-710 บ. บัวหลวงสวนทาง ให้เป้า 1,000 บ.

HoonSmart.com>>โบรกเกอร์ประสานเสียงแนะ “ขาย” DELTA ให้ราคาเหมาะสมช่วง 610-710 บาท แม้ผลประกอบการไตรมาส 4/65 จะออกมาดีกว่าคาด ทำกำไร 4.2 พันล้านบาท บล.บัวหลวงมองผลประกอบการครึ่งปีแรก 66 ยังแข็งแกร่ง การแตกพาร์หนุนราคาหุ้นไปต่อปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อเก็งกำไร” มองราคาเป้าหมาย 1,000 บาท บล.หยวนต้ามองราคาหุ้นระดับ 900 บาท ค่า P/E แตะ 70 เท่า คงคำแนะนำ “ขาย” อิงราคาเหมาะสม 610 บาท

บล.บัวหลวง เป็นโบรกเกอร์รายเดียวที่ให้ราคาเหมาะสมหุ้น DELTA ที่ 1,000 บาท และแนะนำให้ “ซื้อเก็งกำไร” โดยมองว่า DELTA ตั้งเป้าหมายที่จะเติบโต 10-20% ในปี 66 คำสั่งซื้อในระยะสั้น (3-6 เดือน) ยังคงแข็งแกร่ง ปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 66 จะมาจากสินค้าที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า โรงงานใหม่ของ DELTA คาดจะเริ่มดำเนินงานในช่วงกลางปี 66 (กำลังการผลิตจะเป็นสองเท่าจากปี 65) กำไรไตรมาส 4/65 ที่ดีกว่าคาด ภาพกำไรครึ่งแรกของปี 66 ที่จะเติบโตแกร่ง และแผนการแบ่งหุ้นออกในอัตราส่วน 10 ต่อ 1 ของผู้บริหาร จะหนุนราคาหุ้นให้ไปอยู่ในสมมุติฐานที่ดีที่สุดของบล.บัวหลวง (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ที่ราคาเป้าหมาย 1,000 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นจาก “ถือ” ไปเป็น “ซื้อเก็งกำไร”

การประกาศผลการดำเนินงานที่ผ่านมา บล.บัวหลวงระบุว่า DELTA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/65 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ 11% มีกำไรสุทธิไตรมาส 4/65 ที่ 4.2 พันล้านบาท เติบโต 100% YoY และ 2% QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 310 ล้านบาทกำไรหลักจะอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เติบโต 134% YoY และ 16% QoQ ซึ่งดีกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด 11% (และดีกว่าที่ตลาดคาด 16%) จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด

การประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 66 (ในวันที่ 7 เม.ย.) DELTA จะเสนอให้ผู้ถือหุ้นปรับลดมูลค่าที่ตราไว้จาก 1.00 บาท/หุ้น เป็น 0.10 บาท/หุ้น

ประเด็นสำคัญจากผลประกอบการ รายได้ในไตรมาส 4/65 อยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านบาท (952 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เติบโต 48% YoY และ 10% QoQ (หรือเติบโต 32% YoY และ 12% QoQ สำหรับดอลลาร์สหรัฐฯ) หนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากกลุ่มลูกค้าด้านคลาวด์ และ data center ขณะที่เห็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากธุรกิจโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจการจัดการพัดลมและความร้อน ยอดขายโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 205 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 113% YoY และ 29% QoQ (อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15% ขึ้นจาก 6.7% ในไตรมาส 4/64 แต่ลดลงจาก 16.6% ในไตรมาส 3/65 ) ยอดขายธุรกิจการจัดการพัดลมและความร้อนอยู่ที่ 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้น 22% YoY และ 1% QoQ ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานในประเทศอินเดียอยู่ที่ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 29% YoY และ 19% QoQ รายได้ในธุรกิจอื่นๆ (รวมที่เกี่ยวกับ data center) อยู่ที่ 552 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 25% YoY และ 6% QoQ

อัตรากำไรขั้นต้นของ DELTA อยู่ที่ 24.5% ขึ้นจาก 20.1% ในไตรมาส 4/64 และ 23.3% ในไตรมาส 3/65 อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้น YoY จากการเติบโตของยอดขายในหลายธุรกิจที่กล่าวข้างต้น (โดยเฉพาะพาวเวอร์ซัพพลายที่ออกแบบเองสำหรับ data center) และความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นของกลุ่มยอดขายสินค้าที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า สอดคล้องไปกับยอดขายที่สูงขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้ม บล.บัวหลวงคาดยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ให้กับเซิร์ฟเวอร์และระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรจะอ่อนแอลง อ้างอิงจากการสะสมสินค้าคงคลังจำนวนมากทั่วทั้งอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในปี 64-65 แต่ DELTA จะยังคงได้รับผลบวกจากยอดจองล่วงหน้าราว 18-24 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ไม่คิดว่าจะได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอลงจนกว่าจะถึงช่วงครึ่งหลังของปี 66 ในระหว่างนี้ กำไรหลักไตรมาส 1/66 จะปรับตัวขึ้น YoY (ทรงตัว QoQ)  บล.บัวหลวงยังคงประมาณการกำไรหลักปี 66 ที่ 1.65 หมื่นล้านบาท เติบโต 13% YoY

บล.หยวนต้า แนะนำว่าแม้ประมาณการปี 66 จะมีโอกาสเกิด Upside จากการเติบโตของยอดขายที่อาจทำได้ดีกว่าคาด แต่ในแง่ของ GPM บล.หยวนต้าคาดว่ามีโอกาสได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท/USD ที่แข็งค่าทำให้ในเบื้องต้น  ขอคงประมาณการกำไรปกติปี 66 ที่ 1.6 หมื่นล้นบาท (+11% YoY)  คงคำแนะนำ “ขาย” อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 66 ที่ 610 บาทต่อหุ้น อิง P/E 47 เท่า หรือคิดเป็น +0.25 SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยหากผู้ถือหุ้นอนุมัติการแตกพาร์จะทำให้ราคาเหมาะสมปรับลงเป็น 61.00 บาทต่อหุ้น

เชิงกลยุทธ์ แม้ผลประกอบการ DELTA ทำได้ดีกว่าคาดต่อเนื่อง แต่มาจากฐานที่ต่ำ ขณะที่จากนี้ไป DELTA จะเผชิญกับฐานกำไรที่สูงมากขึ้น นอกจากนี้ราคาหุ้นที่ 900 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E ปี 66 ที่ 70 เท่า สูงมากแล้ว เทียบกับการเติบโตในปี 66-67 ที่ ฝ่ายวิเคราะห์มองที่ระดับ+10% ทำให้หุ้นไม่น่าดึงดูดในเชิงพื้นฐาน ขณะที่แรงเก็งกำไรการลดพาร์ เป็นเพียงปัจจัยเชิงSentiment ไม่ได้กระทบกับมูลค่าเหมาะสมของกิจการ  ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ค่าเงินบาท/USD, ราคา Commodity และการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถ้อยรุนแรง

ทั้งนี้ DELTA มีมติขออนุมัติผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 65 จำนวน 4.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Yield 0.4% ขึ้น XD วันที่ 23 ก.พ. 66

 

#DELTA #บล.บัวหลวง #บล.หยวนต้า