PTTGC พลิกขาดทุน 8,752 ลบ. ปี 65 ปันผลอีก 0.25 บาท

HoonSmart.com>> “พีทีที โกลบอล เคมิคอล” เปิดงบปี 65 พลิกขาดทุนสุทธิ 8,752 ล้านบาท จากปี 64 กำไรสุทธิ 4.5 หมื่นล้านบาท สวนทางรายได้โต 46% เหตุสงครามดันราคาน้ำมันดิบพุ่ง ทำขาดทุนประกันความเสี่ยงและสต็อกน้ำมัน ด้านราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวลดลง เฉพาะงบไตรมาส 4/65 ขาดทุน 968 ล้านบาท บอร์ดเคาะปันผลอีก 0.25 บาท ขึ้น XD 27 ก.พ.นี้ รวมทั้งปีจ่ายปันผล 1 บาท

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2565 บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 8,752.20 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 1.94 บาท จากงวดปี 2564 มีกำไรสุทธิ 44,982.38 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 10.01 บาท

สำหรับงวดไตรมาส 4/2565 บริษัทฯ ผลขาดทุนสุทธิรวม 968 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.21 บาท มีการบันทึกรายการพิเศษอื่นๆรวม 1,744 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 124,780 ล้านบาท ลดลง 31% จากไตรมาส 3/2565 และลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงกลั่นเป็นเวลา 49 วันในไตรมาสนี้ ประกอบกับอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ยังคงอ่อนตัวทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวลดลง โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีAdjusted EBITDA อยู่ที่ 3,459 ล้านบาท ลดลงทั้งจากไตรมาส 3/2565 และไตรมาส 4/2564 ที่ 67% และ 66% ตามลำดับ ตามทิศทางส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีส่วนใหญ่ที่ปรับลดลง

ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจำนวน 678,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 สาเหตุหลักมาจากระดับราคาขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ของธุรกิจโรงกลั่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น (Upstream) ประกอบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Performance Chemicals) ที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานของ allnex ในปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมสัดส่วนรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Performance Chemicals) ในปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างนัยสำคัญ

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร นอกเหนือจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายของ allnex แล้ว ค่าใช้จ่ายการผลิตปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเนื่องจากมีค่าบำรุงรักษาโรงงานตามแผนการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานที่มากขึ้น

นอกจากนี้บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Loss Net NRV) จำนวน 3,657 ล้านบาท และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงในปีนี้จำนวน 23,057 ล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบดูไบที่มีความผันผวนอย่างมากในปี 2565

สำหรับรายการพิเศษในปี 2565 ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในไตรมาส 4/2565 แต่เมื่อเทียบกับปี 2564 บริษัทฯ รับรู้กำไรรวม 20,766 ล้านบาทจากรายการพิเศษหลักจากการขายหุ้นสามัญของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) จำนวน 12.73% คงเหลือการถือหุ้นที่ 10%

สำหรับแนวโน้มปี 2566 บริษัทฯ คาดว่าความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่น่าจะยังสามารถเติบโตได้ แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากปัญหาเศรษฐกิจและนโยบายทางการเงินของแต่ละประเทศ

คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัตินำกำไรสะสมจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 28 ก.พ.2566 ขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผล 27 ก.พ.และจ่ายเงินปันผลวันที่ 26 เม.ย.2566 จากงวดระหว่างกาลจ่ายไปแล้ว 0.75 บาท รวมทั้งปี 2565 จ่ายเงินปันผลทั้งสิ้นหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 4,509 ล้านบาท