TVI จ่อเป็นโฮลดิ้ง เพิ่มดอกผลลงทุน กำไรโต เบี้ยทะลุ 8 พันล้านปี’66

HoonSmart.com>>”ประกันภัยไทยวิวัฒน์-TVI” กางแผนปี 66 กำไรโต กลายร่างเป็นโฮลดิ้ง เพิ่มความคล่องตัวขยายธุรกิจ ฝากเงินรับดอกเบี้ยสูงขึ้น ชูกลยุทธ์ลงทุนพอร์ตกว่า 8 พันล้านบาทปิดจุดเสี่ยง หวังผลตอบแทน 3-4% เน้นตราสารการเงิน 60% ลงหุ้นกู้เกรด A ขึ้นไป-หุ้นบลูชิพเท่านั้น ธุรกิจหลัก เป้าเบี้ยรับทะลุ 8,000 ล้านบาท โต 10% คาดปี 68 มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ประกันรถยนต์เพิ่ม EV ชูยุทธศาสตร์ “องค์กรแห่งนวัตกรรม”  

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์(TVI) ผู้นำด้านนวัตกรรมประกันภัย เปิดเผยถึงแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในปี 2566 ว่า บริษัทฯจะมีกำไรเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา และได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานก.ล.ต. เพื่อปรับองค์กรเป็นโฮลดิ้ง คาดว่าจะได้รับอนุญาตในเดือนก.พ.นี้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ และเพิ่มผลตอบแทนจากการฝากเงิน  ปัจจุบันได้รับอัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อปี เนื่องจากธนาคารพาณิชย์นับบริษัทฯเป็นสถาบันการเงิน แต่หากเป็นโฮลดิ้งจะได้รับอัตราดอกเบี้ย 1.1% เช่นเดียวกับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

นอกจากนี้พอร์ตลงทุนที่มีมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท คาดจะได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น ประมาณ 3-4%  ตามอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น โดยบริษัทลงทุนในตราสารหนี้และ ตราสารการเงิน เป็นสัดส่วนที่สูงสุด 60% ตามด้วยเงินฝากธนาคาร 20% และส่วนที่เหลืออีก 15% เป็นตลาดทุน ทั้งหุ้นและหน่วยลงทุน ไม่มีการลงทุนต่างประเทศ    เพราะคปภ.ไม่อนุญาต

” ปี 2566 เราจะมีกำไรดีขึ้น เพราะปีก่อนเราตัดขาดทุนจากการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์(กองรีท) ส่วนปีนี้ไม่มีรายการนี้ และคาดว่ายังจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น บอนด์ยีลด์ แต่เราก็ยังคงบริหารเงินโดยมีความเสี่ยงต่ำ เช่น การลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตที่ระดับ A ขึ้นไป ล่าสุดเราซื้อหุ้นกู้ที่มีเรทติ้ง AAA ได้อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี สำหรับการถือครอง 3-5 ปี ก็ดีแล้ว ส่วนหุ้นที่ลงทุน ก็เน้นหุ้นบลูชิพ เงินทุนส่วนใหญ่อยู่ในตลาดเงิน อาทิ พันธบัตรรัฐบาล 3 ปี “นายจีรพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 187.57 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 432.94 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจประกัน ตั้งเป้าผลักดันเบี้ยรับรวมมากกว่า 8,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 10% จากปีที่ผ่านมาทำได้จำนวน 7,300 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7,000 ล้านบาท โดยเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ทั้งกลุ่มรถยนต์ ( Motor) และ Non-Motor เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค และภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยของไทยให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้ยุทธศาสตร์ “องค์กรด้านประกันภัยแห่งนวัตกรรม”

สำหรับกลุ่ม Motor เตรียมยกระดับ การบริการ  เพิ่มเน้นศักยภาพและลูกเล่นใหม่ๆที่แตกต่างในแบบ “การประกันรถเปิดปิด”  และ”แบบรายปี” ให้สอดรับและเชื่อมต่อทุกจังหวะการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้เอาประกัน พร้อม ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมถึงความสูญเสียจากรถหาย, ไฟไหม้ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้นได้ทำการพัฒนาโดยใช้นวัตกรรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เอาประกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มการทำประกัน และทุกขณะของการเป็นผู้เอาประกันของบริษัท พร้อมขยายฐานลูกค้าประกันภัยรถยนต์ให้กว้างมากขึ้น ด้วยการพัฒนาประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

นอกจากนี้กระจายไปยังกลุ่มรถยนต์แบรนด์ตลาดมากขึ้น เช่น Toyota และ Honda ที่มีค่าซ่อมและค่าอะไหล่ไม่แพง หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัทหันไปขยายตลาดรถยนต์ในแบรนด์ BMW และ Mazda มาก ซึ่งได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วม มีลูกค้าเข้ามาเคลมเป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีผลกระทบในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเคลมรถยนต์เข้ามากดดันผลการดำเนินงานค่อนข้างมาก

“เราเป็น 1 ใน 2 บริษัทประกันที่แบรนด์ Tesla  เลือกใช้เป็น Exclusive Partner เราเป็นบริษัทคนไทยเพียงแห่งเดียว ซึ่งจะทำตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังไม่รู้ความเสี่ยง ไม่มีประวัติและสถิติในเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมที่เพียงพอนำมาประเมินต่อความคุ้มค่าในการกำหนดอัตราค่าประกันภัยรถ EV ทำให้ยังมีความเสี่ยงอยู่ในการประเมินค่าใช้จ่ายในการเคลม   ส่วนประกันรถยนต์ราคาสูงๆ  เราก็บริหารความเสี่ยง ส่งรีต่อบริษัทประกันในต่างประเทศ ได้กำไรน้อยหน่อย แต่ไม่มีความเสี่ยงมาก ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทเป็นเพียงไม่กี่แห่งที่ไม่รับประกันโควิด-19 แม้ว่าจะเสียโอกาส แต่ถือว่ารอดพ้นจากสถานการณ์ของธุรกิจประกันไปได้”นายจีรพันธ์กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังคงเดินหน้าขยายช่องทางการขาย ทั้งกลุ่ม Motor และ Non-Motor ให้ครอบคลุมมากขึ้น อาทิ นายหน้าในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ และสถาบันการเงิน เป็นต้น เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงการประกันภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค ไปพร้อมๆกับการยกระดับภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยของไทยให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการมองหาโอกาสผนึกความร่วมมือพันธมิตรใหม่ๆ ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน InsurTech ที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง