KTMS เคาะราคาขาย IPO 3.10 บาท จองซื้อ 7-15 ธ.ค., เทรด 23 ธ.ค.

HoonSmart.com>>”เคที เมดิคอล เซอร์วิส”(KTMS) เคาะราคาเสนอขาย IPO ที่ 3.10 บาทต่อหุ้น โดยเสนอขายจำนวน 76.64 ล้านหุ้น เปิดให้ผู้ถือหุ้นบริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น (FVC) ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นตามสิทธิ Pre-emptive ซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 7-9 ธ.ค. และเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อในวันที่ 13-15 ธ.ค. พร้อมเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดธุรกิจบริการ 23 ธ.ค.นี้

นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก เปิดเผยในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน ของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส (KTMS) ว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ KTMS ที่ระดับราคา 3.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 37.29 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2565) ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เมื่ออิงกับปัจจัยพื้นฐาน  ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจ สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำการดำเนินธุรกิจการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รวมทั้งการขายและการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์อย่างครบวงจร เป็นรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

KTMS เป็นหุ้นที่มีความโดดเด่น เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบ One-stop Services ที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และที่สำคัญยังเป็นหลักทรัพย์รายแรกที่เป็นหนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ครบวงจร

นอกจากนี้ KTMS ยังได้รับการสนับสนุนจากโครงการสวัสดิการด้านสุขภาพภาครัฐ อาทิ โครงการสวัสดิการด้านสุขภาพภาครัฐต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนงบบริการผู้ป่วยเรื้อรัง จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่สนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่มีสิทธิสามารถร่วมตัดสินใจเลือกวิธีการล้างไต เป็นแบบฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมร่วมกับแพทย์ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้มีจำนวนผู้ป่วยใช้บริการกับกลุ่มบริษัทฯมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวจึงตอกย้ำถึงศักยภาพทางธุรกิจของ KTMS ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่า การระดมทุนในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในการเปิดรับโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของ KTMS ในอนาคต

นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การขายในราคา 3.10 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้  KTMS เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 76.64 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 25.55% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยจะเปิดให้ผู้ถือหุ้น บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น   (FVC) ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นตามสิทธิ Pre-emptive จองซื้อระหว่างวันที่ 7-9 ธ.ค. ขณะที่นักลงทุนทั่วไป จะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 13-15 ธ.ค.2565 และคาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจบริการ  ภายในวันที่ 23 ธ.ค.นี้

KTMS เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบ One-stop Services ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล โดยมีทีมวิศวกร ทีมแพทย์ และพยาบาล ไตเทียมที่มีคุณภาพ มีความชำนาญ และเชี่ยวชาญเฉพาะด้านภายใต้การให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) ในรูปแบบคลินิกเวชกรรมเฉพาะทางไตเทียม (Stand-Alone) และหน่วยไตเทียมในโรงพยาบาล (Outsource) ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลรัฐ และกลุ่มลูกค้าเอกชน โดยปัจจุบัน KTMS มีเครื่องไตเทียมรวม จำนวน 254 เครื่อง มีหน่วยไตเทียม จำนวน 20 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ แบ่งออกเป็นหน่วยไตเทียมในโรงพยาบาล จำนวน 17 สาขา และคลินิกเวชกรรมไตเทียม จำนวน 3 สาขา ประกอบด้วย ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร 2 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 สาขา ภาคเหนือ 4 สาขา ภาคตะวันออก 2 สาขา และภาคตะวันตก 2 สาขา

ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน มีความเชื่อมั่นว่า หุ้น KTMS เป็นหุ้น IPO น้องใหม่ที่น่าจับตา เนื่องจาก KTMS เป็นหุ้นที่มีรายได้มั่นคง และมีอัตราการเติบโตที่สูงอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ KTMS จัดอยู่ในประเภทหุ้น ESG ที่มีความยั่งยืนต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มผู้ถือหุ้น และ นักลงทุน ในแง่ของผลตอบแทนทางการเงิน และยังถือว่าเป็นหุ้นที่ให้ความสำคัญทางด้านสังคมอีกด้วย ดังนั้นจึงมองว่าหุ้น KTMS สามารถตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดี

นางสาวกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTMS เปิดเผยว่า จากศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจ บริษัทฯยังคงมีโอกาสเติบโตในธุรกิจการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายของภาครัฐ และจำนวนผู้ป่วยที่ใช้บริการ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะมีการทำงานของไตเสื่อมลง จึงส่งผลให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย ก็เป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรัง โดยจะเห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยดังกล่าว ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15% ต่อปี ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลเชิงบวกให้ KTMS มีอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้เฉลี่ยประมาณ 30% ต่อปี

“ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยโรคไตรวมประมาณ 8 ล้านราย มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 7,800 ราย ในส่วนของ KTMS มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 30%”

ด้วยจุดเด่นของ KTMS ภายใต้วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตไปข้างหน้า ด้วยแรงบันดาลใจที่เกิดจากความหวัง ภายใต้แนวคิด “Inspiration from HOPE” ส่งผลให้บริษัทฯ มุ่งเน้นการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รวมทั้งการขายและการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์แบบ One-stop Services ซึ่งถือเป็นผู้นำที่ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเพียงไม่กี่ราย ที่สามารถให้บริการได้อย่างครบวงจร ภายใต้คุณภาพในการให้บริการที่เป็นเลิศ โดยมีทีมแพทย์ ทีมพยาบาลระดับเชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคไตเทียม และทีมวิศวกร ที่มีคุณภาพ จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 15 ปี

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งมีการต่อสัญญาการให้บริการมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 5 ปี รวมถึงบริษัทย่อย ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบผลิตน้ำสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และระบบบำบัดน้ำเสีย มากว่า 20 ปี จึงทำให้กลุ่มบริษัทฯสามารถให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างมีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากระดมทุนในครั้งนี้ กว่า 237 ล้านบาท บริษัทฯจะนำไปต่อยอดธุรกิจการให้บริการ เพื่อใช้ลงทุนในสถานพยาบาลฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 155 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 14 แห่ง ทั่วประเทศ แบ่งเป็น Outsource 8 สาขา และ 6 สาขา ที่เป็น Stand Alone ซึ่งจะทำให้มีจำนวนเครื่องไตเทียม เพิ่มขึ้น 123 เครื่อง นอกจากนี้ ยังใช้ลงทุนในโรงงานผลิตน้ำยาไตเทียม และศูนย์บริการวิศวกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 61 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วยโรคไตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายขอบเขตการให้บริการที่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ