โบรกฯเชียร์ 5 หุ้นเด่น กลุ่มพลังงาน H2/65

HoonSmart.com>>โบรกเกอร์มองบวกกลุ่มพลังงาน ครึ่งปีหลัง หุ้นส่วนใหญ่ยังน่าลงทุน จากกำไรปี 65 เติบโตสูง ราคาน้ำมันดิบครึ่งปีหลังยืนเหนือ 100 เหรียญสหรัฐ เฉลี่ยทั้งปีอยู่ในช่วง 100-103 เหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าปี 64 ส่วนโรงกลั่นก็น่าสน คาดค่าการกลั่นมากกว่า 8 เหรียญสหรัฐ สูงกว่าปี 64 แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติมีลุ้นขึ้นด้วย เชียร์”ซื้อ”หุ้น PTTEP, BANPU, TOP, BCP,SPRC  

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) กล่าวว่า ทิศทางหุ้นกลุ่มพลังงานในครึ่งหลังปี 2565 ส่วนใหญ่ยังน่าลงทุน จากการมองราคาน้ำมันที่ยังยืนในระดับสูง โดยคาดราคาน้ำมัน Brent เฉลี่ยปีนี้ที่ 103 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล  จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยราคาในปี 2564 ที่ 73 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ถ้าหากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย และยูเครน ยังไม่จบ และราคาขายสูงขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นด้วย โดยครึ่งแรกปีนี้ ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 106 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ส่งผลให้กำไรของบริษัทในกลุ่มพลังงานปี 2565 ดีกว่าปีที่ผ่านมา

สำหรับค่าการกลั่นปี 2565 คาดว่าจะเฉลี่ยที่ 7-8 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2564 ที่ 3.49 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล โดยครึ่งแรกปี 65 ค่าการกลั่นเฉลี่ยที่ 14.76 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นไปมากเป็นผลจากเหตุการณ์ที่ผิดปกติ ทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย และยูเครน, การคว่ำบาตร รวมถึงการเปิดเมือง ต่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ส่งผลให้ดีมานด์มาก และในช่วงแรกอุปทานก็ขาดแคลน

นายกิติชาญ จัดให้หุ้น 3 บริษัทในกลุ่มเป็น Top Picks แนะนำ PTTEP ราคาเป้าหมาย 196 บาท, TOP ราคาเป้าหมาย 69 บาท และ SPRC ราคาเป้าหมาย 15 บาท คาดการณ์กำไรปีนี้จะดี  อีกทั้งอาจจะมี Stock gain มาช่วยหนุนด้วย ยกเว้น PTTEP ที่จะไม่มี Stock gain เพราะผลิตมาก็ขายออกไป โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2565 ที่ 63,097 ล้านบาท เติบโต 62% yoy, TOP คาดกำไรสุทธิที่ 21,159 ล้านบาท เติบโต 68% yoy และ SPRC คาดกำไรสุทธิที่ 8,531 ล้านบาท เติบโต 80% yoy

นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเชีย เวลท์ กล่าวว่า กลุ่มพลังงานค่อนข้างมีหลายปัจจัยที่ยังไม่ชัดเจน ตอนนี้โอกาสที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยมีสูง ราคาน้ำมันไม่มีปัจจัยอะไรก็จะเคลื่อนไหวแถว 80-90 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล แต่เมื่อมีสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย และยูเครน ทำให้อุปทานขาดแคลน การเปิดประเทศ ทำให้ดีมานด์ดีขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจเติบโต ครึ่งหลังปี 2565 จึงคาดว่าราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวบริเวณ 100-110 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งมองเศรษฐกิจชะลอตัวแน่ แต่อาจจะเกิดขึ้นที่ฝั่งยุโรปก่อน และเมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ราคาน้ำมันก็จะปรับตัวลง จึงมองว่าราคาน้ำมันแทบจะไม่มี upside แล้ว ทำให้ไม่น่าลงทุนหุ้นในกลุ่มพลังงาน เพียงแต่ระหว่างทางมีปัจจัยเฉพาะตัวเข้ามา จึงมีการเล่นเก็งกำไรได้

ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มพลังงานแนะนำ”ซื้อ”หุ้น PTTEP ราคาเป้าหมาย 190 บาท และ BANPU ราคาเป้าหมาย 14.60 บาท โดย PTTEP คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ที่ 22,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 212% yoy และ 112% qoq จากราคาน้ำมันที่ยืน 100 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และราคาก๊าซธรรมชาติก็มีแนวโน้มปรับขึ้นได้ ซึ่งภาพราคาหุ้นอาจจะมีความผันผวน แต่ผลประกอบการจะช่วยหนุนเป็นช่วง ๆ จึงเล่นเก็งกำไรได้ อีกทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย และยูเครน ไม่จบ ก็ทำให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง PTTEP ก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันปี 2565 เฉลี่ยที่ 100 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ดังนั้นตอนนี้จะเห็นได้ว่าราคาน้ำมันไม่มี upside แล้ว

นอกจากนี้ยังคาดการณ์ผลการดำเนินงานของ PTTEP ในครึ่งหลังปี 2565 จะดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเหลือที่จะทำสัญญาประกันความเสี่ยง (Hedging)ไม่มากแล้ว ต่อให้ราคาน้ำมันไม่ปรับขึ้นอีกแล้ว ก็ยังได้ราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับขึ้นได้อยู่ สำหรับ BANPU ผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2/65 ดีขึ้นอย่างชัดเจน จากราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวขึ้นมากยิ่งทำให้ได้กำไรมาก

หุ้นในกลุ่มพลังงานส่วนที่เหลือ เล่นเก็งกำไรได้ โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นเล่นตามข่าวได้ แม้ว่าจะมีเรื่องภาครัฐฯขอความร่วมมือช่วยเหลือด้านเงิน แต่คงจะไม่จ่ายตามที่ภาครัฐฯขอมา ซึ่งราคาหุ้นตอบรับไปแล้ว ขณะที่ค่าการกลั่นไตรมาส 2/65 เฉลี่ยที่ 22 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ปรับขึ้นมา 3 เท่าของไตรมาส 1  เฉลี่ยที่ 8 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล  รวมครึ่งปีแรกค่าการกลั่นเฉลี่ยที่ 15 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล คาดแนวโน้มในไตรมาส 3 จะใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ส่วนไตรมาส 4 จะอ่อนตัวลง แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่าไตรมาส 1

พร้อมแนะนำ”ซื้อ”หุ้น BCP ราคาเป้าหมาย 36 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/65 พุ่งแรง และทิศทางผลงานครึ่งปีหลัง จะดีกว่าครึ่งปีแรก จากการเติบโตในทุกธุรกิจ และหุ้น TOP ราคาเป้าหมาย 70 บาท ไตรมาส 2 ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของปี 2565 ซึ่ง TOP มีเพียงอะโรเมติกส์ที่ไม่ดี และไตรมาส 2 มีการรับรู้การขายหุ้น  GPSC ด้วย ซึ่งคาดรับรู้กำไร 10,000 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้น BCP และ TOP ยังอยู่ในระดับต่ำ เทรด -1SD เมื่อเทียบกับหุ้น ESSO และ SPRC ที่ปัจจุบันเทรดในราคาแพงมาก เทรด +1SD