ดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 260 จุด วิตกเศรษฐกิจชะลอตัว

HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วง ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงกว่า 260 จุด นักลงทุนเกาะติดสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว และจับตาตลาดพันธบัตรหลังบอนด์ยีลด์ปรับขึ้นไปเหนือระดับจิตวิทยา 3% ทำให้กังวลต่อเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 122.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ลดลง เกาะติดประชุม ECB

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average:DJIA) วันที่ 8 มิถุนายน 2565 ปิดที่ 32,910.90 จุด ลดลง 269.24 จุด หรือ 0.81% นักลงทุนเกาะติดสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวและจับตาความเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตรหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นไปเหนือระดับจิตวิทยา 3% ทำให้กังวลต่อเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย

ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,115.77 จุด ลดลง 44.91 จุด, -1.08%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,086.27 จุด ลดลง 88.96 จุด, -0.73%

กลงทุนขานรับการให้ข้อมูลล่าสุดของบริษัทใหญ่และหาสัญญานที่บ่งชี้วาการเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัว

โมฮัมเหม็ด เอล-เอเรียน ประธานคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ Allianz กล่าวว่า การดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวต่อนื่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) และความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน กดดันตลาดให้อ่อนตัวลง

หุ้นเครดิต สวิสลดลง 1% หลังธนาคารเตือนเกี่ยวกับแนวโน้มผลกำไรไตรมาสสอง โดยชี้ไปที่สองปัจจัยหลักคือนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นและสงครามในยูเครน

หุ้นอินเทลลดลลง 5.3% หลังฝ่ายบริหารบริษัทเตือนว่าความต้องการเซมิคอนดักเตอร์อ่อนตัวลง และจากการที่ซิตี้ กรุ๊ปปรับลดคาดการณ์ผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ เป็นผลจากความไม่แน่นอนของความต้องการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล บทวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปได้ส่งผลให้บริษัทผลิตชิปรายอื่น ๆ ลดลงด้วย โดยหุ้นไมครอน เทคโนโลยี ลดลง 3.1% หุ้นไอบีเอ็ม ลดลง 1.4% หุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 0.8% หุ้นNVidia ลดลง 1.5%

ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นก็มีผลกดดันตลาดจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้นมาที่เหนือ 123 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลล์ สูงสุดในรอบ 13 สัปดาห์ ราคาน้ำมัน WTI ทะลุระดับ 122 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล เพิ่มขึ้น 1.18% หุ้นเชฟรอน เพิ่มขึ้น 0.52%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวไปเหนือระดับ 3% ซึ่งโรเบิร์ต พาฟลิก จาก Dakota Wealth ระบุว่าเป็นระดับที่นักลงทุนให้ความสำคัญเพราะสะท้อนการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อและความผันผวนของตลาด

นักลงทุนจับตาการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นข้อมูลสำคัญในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด รวมทั้งการตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.50% หรือไม่

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมของ เฟด ในวันที่ 14-15 มิถุนายนนี้

ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่มประกันภัยที่ลดลง 1.6% นักลงทุนวิเคราะห์คำเตือนเรื่องแนวโน้มผลการดำเนินงานของเครดิต สวิสที่เป็นธนาคารใหญ่ ขณะที่เกาะติดการประชุมของธนาคารกลางสหภาพยุโรปในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งคาดว่าจะยืนยันการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมนี้ และรอการรายงานข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯในวันศุกร์นี้

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 440.37 จุด ลดลง 2.51 จุด, -0.57%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,593.00 จุด ลดลง 5.93 จุด, -0.08%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,448.63 จุด ลดลง 51.72 จุด, -0.80%,

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 14,445.99 จุด ลดลง 110.63 จุด, -0.76%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 122.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนืองวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 3.01 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 123.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล