MAKRO เปิดตลาดค้าส่งออนไลน์ ต่อจิ๊กซอร์ SMEs รายได้กระโดด 3 ปี

HoonSmart.com>>”สยามแม็คโคร”ทุ่มงบลงทุน 2 พันล้านบาท พัฒนาตลาดค้าส่งออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการในช่วง 4 ปี  ชื่อ   ‘maknet’  ตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าร้านอาหาร เป้า 3 ปี เพิ่มร้านค้าจาก 1,000 รายเป็น 7,000 ราย กวาดลูกค้าถึง 5 แสนราย ยอดขายผ่านช่องทาง Omni channel เพิ่มจาก12% เป็น 30%  ปรับสาขาใหม่ลดขนาดพื้นที่ Food Service เหลือ 1-2 พันตร.ม. ปี 65 บริษัทตั้งงบลงทุน 1.1 หมื่นล้านบาท  

สุชาดา อิทธิจารุกุล

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่งแม็คโคร บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนา B2B Marketplace หรือตลาดค้าส่งออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการ ภายใต้ชื่อ “maknet” โดยตั้งงบลงทุน 2,000 ล้านบาท ในช่วง 4 ปี (2564-2567) จะเปิดตัวอย่างเป็นทางในไตรมาส 2/2565 สร้างจุดส่งสินค้า ตอบสนองความต้องการกลุ่มลูกค้าร้านอาหารแบบครบวงจร ทั้งสินค้าและบริการ ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ทั้งในแม็คโคร และร้านค้าพันธมิตรอีกกว่า 1,000 รายที่เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มนี้

ทั้งนี้ maknet จะเข้ามาแก้ไขปัญหาพื้นที่ในห้างจำกัด ช่วยเพิ่มผู้ประกอบการทั้งซัพพลายเออร์รายเก่าและรายใหม่ รวมถึงผู้ประกอบการ SME เสริมสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร ประเภทอุปกรณ์ได้ ปัจจุบันมีร้านค้าที่เข้าร่วมบนแพลตฟอร์มแล้วประมาณ 1,000 ราย โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี  คาดว่าปี 2567 จะมีเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ราย และมีลูกค้าผู้ประกอบการ 500,000 ราย ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กับแม็คโคร จากปัจจุบันที่มียอดขายสินค้าผ่านช่องทาง Omni channel จาก12% ของรายได้รวม 2.2 แสนล้านบาท หรือราว 26,400 ล้านบาท เป็น 30% ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

“เรามีเป้าหมายในการพัฒนา maknet ให้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์ม B2B online Marketplace อันดับ 1 ของไทย ด้วยจุดเด่น ครบจบในที่เดียว เป็นแพลตฟอร์มแรกที่ลูกค้าผู้ประกอบการจะนึกถึง ในทุกช่วงเวลาของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะต้องการเปิดร้าน หรือเปิดอยู่แล้วต้องการหาวัตถุดิบใหม่ๆ รวมถึงการปรับปรุง ขยายร้านก็ตาม”

นางสุชาดา กล่าวว่า  การผลักดันช่องทางขายผ่านออนไลน์มากขึ้น บริษัทจะปรับการขยายพื้นที่สาขาใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ใหญ่ปรับเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก ที่เน้นเป็น Food Service จำนวนพื้นที่ 1-2 พันตร.ม. จากเดิมที่ต้องมีพื้นที่ 5 พันตร.ม.ในการขยายสาขา เพราะต้องการให้มีสาขาใกล้ลูกค้าให้มากขึ้น และใช้เงินลงทุนไม่มาก ซึ่งในปี 2565 บริษัทตั้งงบลงทุน 1.1 หมื่นล้านบาท ใช้ขยายสาขาทั้งในประเทศ 30 สาขา และต่างประเทศ 5 สาขา ในอินเดีย 3 สาขา และกัมพูชา 2 สาขา รวมถึงระบบไอที และพัฒนาแพลตฟอร์ม maknet

สำหรับสาขาแม็คโครในต่างประเทศ ได้รับการตอบรับดีขึ้น หลังการระบาดโควิด-19 คลี่คลาย และเตรียมที่จะนำแพลตฟอร์ม maknet ขยายไปยังตลาดต่างประเทศเพื่อขยายค้าส่งออนไลน์ เพราะเชื่อว่า maknet จะเป็นตัวจักรสำคัญสำหรับแม็คโครที่สามารถทำธุรกิจผ่านออนไลน์อย่างไม่มีขีดจำกัด

“เราจึงมั่นใจว่า ‘maknet’ จะเป็นจิ๊กซอว์ที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของแม็คโครและผู้ประกอบการ SMEs ทั้งหลายในอนาคต” นางสุชาดากล่าว