AWC ปัจจัยหนุนกำไรทะยานข้ามปี’ 65 จับมือททท. ปั๊มรายได้ 1 ล้านล้านบ.

HoonSmart.com>>“แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น” เดินหน้าเพิ่มพอร์ต อวดโฉมใหม่โรงแรมแห่งที่ 19 ของเครือ “คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์” รับนโยบายเปิดประเทศ ประกาศความพร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกสู่กลุ่มโรงแรมในเครือทั่วประเทศ เผยอัตราเข้าพักเดือนต.ค.และพ.ย. ประมาณ 30% โตก้าวกระโดด แถมได้ราคาค่าห้องดีขึ้น จับมือการท่องเที่ยวฯ เพิ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ตั้งเป้าปีหน้า 10-18 ล้านคน สร้างรายได้ 6 แสนถึง 1 ล้านล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวไทย 122-160 ล้านคน/ครั้ง รายได้ 6-8 แสนล้านบาท

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป ( AWC ) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เปิดโฉมโรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ต “ไข่มุกเม็ดงามแห่งอันดามัน” ได้ฤกษ์เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.นี้เป็นต้นไป

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป เปิดเผยว่า AWC ยังเดินหน้าเสริมพอร์ตธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง ได้ฤกษ์เปิดให้บริการโรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โรงแรมขนาด 248 ห้องพักที่บริหารโดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เครือโรงแรมระดับโลกที่มีแบรนด์อันโดดเด่นภายใต้การบริหารกว่า 30 แบรนด์ชั้นนำ

ส่วนนโยบายเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2564 ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมที่ตั้งอยู่ในหัวเมืองสำคัญอย่างกรุงเทพฯ หรือภูเก็ต ที่เปรียบเสมือนประตูด่านแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นทันทีกว่า 2 เท่า เทียบกับในช่วงโควิดที่ผ่านมา รวมถึงแพ็คเกจ “Test & Rest SHA+” สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ด้วยบริการที่พักพร้อมการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ที่ต่างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงมาตรฐานของเชนบริหารโรงแรมระดับโลก ที่ให้ความสำคัญและเข้มงวดในเรื่องความสะอาด สุขอนามัย และความปลอดภัยของแขกผู้มาใช้บริการ  สร้างความเชื่อมั่นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่อย่างครบวงจร

” เรามีโรงแรมในเครือทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ มีห้องพักรวมกัน  4,941 ห้อง ในเดือนต.ค.และพ.ย. อัตราเข้าพักโตก้าวกระโดดถึง 30% ตอนนี้มีการbooking เข้ามา 2,000 ห้องแล้ว เชื่อว่าเดือนธ.ค.จะเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศถึง 70% ของยอดจองทั้งหมด จากเดิมมีสัดส่วน 7% ที่สำคัญมีการจองตรง ทำให้ได้ราคาขายห้องพักสูงขึ้น ถือเป็นสัญญาณบวกของภาคการท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564″นางวัลลภากล่าว

แนวโน้มปี 2565 เริ่มมีกำลังซื้อจากกลุ่มนักเดินทางชาวต่างชาติกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงที่เริ่มเดินทางเข้ามาเป็นกลุ่มแรกๆ รวมถึงงานในรูปแบบที่การประชุมออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้ อาทิ งานแต่งงาน งานสัมมนา  การรวมทีมสร้างพลังองค์กรและธุรกิจ ได้เห็นยอดคอนเฟิร์มการจัดงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง   ด้วยกลยุทธ์ของ AWC ที่มีความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ทำให้บริษัทฯ สามารถดึงฐานลูกค้าเดิมที่มีกำลังซื้อสูงกลับเข้ามาได้ทันทีตั้งแต่เริ่มเปิดประเทศ  รวมถึงการให้บริการสร้างความประทับใจกลับมาดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกอีกครั้ง” นางวัลลภา กล่าวเสริม

ด้านน.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้น  อัตราการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเฉลี่ย 2,000-3,000 คน/วัน โดยที่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกามีจำนวนมากที่สุด รองลงมาได้แก่ เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน เกาหลีใต้ เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจีน ผ่านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ถึงความพร้อมและมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวด ควบคู่กับการส่งเสริมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว “Visit Thailand Year 2022” ด้วยแนวคิด “Amazing New Chapters” ของ ททท. ทั้ง 29 สำนักงานทั่วโลก ทั้งคาดว่าปี 2564 นี้ ประเทศไทยจะสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน

สำหรับตลาดในประเทศนั้น ททท. ได้เตรียมสินค้าที่ตอบสนองพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกกลุ่ม เริ่มจาก UNSEEN New Series เที่ยววันธรรมดา เมืองรองต้องลอง ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Workation Thailand และ Thailand Premium เป็นต้น โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม” โดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ททท. กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

“ททท. มั่นใจว่า ภายในปี 2564 จะสร้างรายได้สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ไม่น้อยกว่า 625,700 ล้านบาท และในปี 2565 อีกไม่น้อยกว่า 1,938,034 ล้านบาท มาจากนักท่องเที่ยวไทยที่ 160 ล้านคนต่อครั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ประมาณ 4,053 บาท รวมเป็นเงินกว่า 8.8 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ 18 ล้านคน กรณีดีที่สุด ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 58,667 บาท สร้างรายได้ประมาณ 1 ล้านบาท กรณีต่ำที่สุด คาดจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวน 10 ล้านคน สร้างรายได้ 6.25 แสนล้านบาท ” นางฐาปนีย์ฯ กล่าว