ดาวโจนส์ปิดบวก 73 จุด เกาะติดเงินเฟ้อ

HoonSmart.com>> ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 73 จุด นักลงทุนสลับกลุ่มลงทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยี โยกเข้าหุ้นบลูชิป เกาะติดเงินเฟ้อ ด้านตลาดหุ้นยุโรส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average:DJIA) วันที่ 22 ตุลาคม 2564 ปิดที่ 35,677.02 จุด เพิ่มขึ้น 73.94 จุด หรือ 0.21% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม แม้อ่อนตัวลงจากที่ขึ้นไปถึง 140 จุดระหว่างวัน นักลงทุนสลับกลุ่มลงทุนโดยออกจากกลุ่มเทคโนโลยีและเข้าไปลงทุนในหุ้นบลูชิป

ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,544.90 จุด ลดลง 4.88 จุด, -0.11%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,090.20 จุด ลดลง 125.50, -0.82%

ทั้ง 3 ดัชนีปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม และในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนี DJIA เพิ่มขึ้น 1.1%ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.6% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น1.3%

หุ้นอเมริกันเอ็กซ์เพรสนำการปรับขึ้นของดัชนี Dow โดยเพิ่มขึ้น 5.4% จากากผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่ง

การลดลง 26.6% ของหุ้นสแนป และ11.6% ของหุ้นอินเทล จากผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด กดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอื่น หุ้นเฟซบุ๊กลดลง 5.1% หุ้นอัลฟาเบทลดลง 3%

หุ้น SPAC Digital World Acquisition (DWAC) ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เพิ่มขึ้น 284% ในการซื้อขายช่วงเช้าก่อนจะถูกระงับการซื้อขายชั่วคราว แต่หุ้นเทคโนโลยีอื่นปรับขึ้นที่ all-time highs โดยหุ้นเทสลาเพิ่มขึ้น 1.7% ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่ 909.68 ดอลลาร์ หุ้นเน็ตฟลิกซ์ หุ้นอีเบย์ และหุ้นไมโครซอฟต์ต่างเพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ระหว่างวัน

ผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่งยังเป็นแรงหนุนตลาดโดยรวม รวมไปถึงการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ โดยไอเอชเอส มาร์กิต รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นมาที่ 57.3 จาก 55.0 ในเดือนกันยายน ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเพิ่มขึ้นมาที่ 58.2 จาก 54.9 ในเดือนก่อน สูงสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นมาที่ 59.2 ลดลงจาก 60.7 ในเดือนก่อน และต่ำสุดในรอบ 7 เดือน

นักลงทุนเกาะติดปัจจัยลบอื่นคือเงินเฟ้อ ซึ่งประธานธนาคารกลาง(เฟด) นายเจอโรม พาวเวลล์พูดแบบมีนัยะในการเสวนาออนไลน์เมื่อวานว่า เริ่มกังวลเล็กน้อยว่าเงินฟ้อจะสูงต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์จาก BNY Mellon Investor Solutions กล่าวว่า นักลงทุนมองว่ายังมีความไม่แน่นอนไปจนถึงสิ้นปีนี้ จากแรงกดดันด้านต้นทุน การขาดแคลนแรงงาน ความเห็นประกอบผลการดำเนินของบริษัทจดทะเบียน ความเห็ฯของประธานเฟด แม้ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นแล้ว 20% ในปีนี้ซึ่งจะทำให้เริ่มเห็นการขายทำกำไรของนักลงทุน

ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น 1.5% นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ขณะที่ยังเกาะติดการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนและการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ

จากราคาหุ้นบริษัทไชน่าเอเวอร์แกรนด์ในตลาดหุ้นฮ่องกงปรับขึ้นขึ้น จากรายงานของสื่่อว่าบริษัทเตรียมที่จะชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์

ในอังกฤษ สถาบัน GfK รายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคมลดลงมาที่ -17 จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและการติดเชื้อโควิด-19 ที่สูงขึ้นทำให้กังวลต่อการฟื้นตัวของประเทศ และผู้บริโภคมองว่าเงินเฟ้อจะยังเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า

ไอเอชเอส มาร์กิต รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือนตุลาคมยูโรโซนลดลงมาที่ระดับต่ำสุดรอบ 6 เดือนที่ 54.3 จาก 56.2 เดือนก่อนหน้า

ในอังกฤษ ดัชนีPMIเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดมาที่ 56.8 จาก 54.9 เดือนก่อน ส่วนยอดค้าปลีกเดือนกันยายนลดลง 0.2% ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้น 0.5% ที่นักวิเคราะห์คาด

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 471.88 จุด เพิ่มขึ้น 2.17 จุด, +0.46%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,204.55 จุด เพิ่มขึ้น 14.25 จุด, +0.20%
ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,733.69 จุด เพิ่มขึ้น 47.52 จุด, +0.71%,
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,542.98 จุด เพิ่มขึ้น 70.42 จุด, +0.46%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 1.26 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 83.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 92 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 85.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล