หุ้นดิ่งเฉียด15 จุด ผวาล็อกดาวน์ กกร.หั่นเศรษฐกิจปีนี้โต 0-1.5%

HoonSmart.com>> หุ้นร่วงเฉียด 1% ตามตลาดต่างประเทศ นักลงทุนต่างชาติ-สถาบันไทยถล่มขายพลังงาน-แบงก์  ผวาล็อกดาวน์ลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ กกร.ปรับลดเป้าจีดีพีปีนี้เหลือเพียง 0- 1.5% ส่งออกโต 8 -10% บล.ยูโอบีฯคาดค่าเงินบาทอ่อนมีโอกาสทดสอบ 33-33.50 บาท แนะถือเงินสด 50% รอช้อนในกรอบ 1,450-1,520 จุด ส่วนอีก 50% เน้นหุ้นปลอดภัย ปันผลสูง EASTW, RATCH, EGCO, CPNREIT, FTREIT, WHAUP, WHART

วันที่ 7 ก.ค.2564 ตลาดหุ้นไทยลงตามต่างประเทศ และกระแทกแรงในช่วงบ่าย ดัชนีปิดที่ 1,576.60 จุด ทรุดลง-14.83 จุด คิดเป็น -0.93% มูลค่าการซื้อขายรวม 82,477.06 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขาย-1,423.07 ล้านบาท สถาบันไทย-1,210.62 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนไทยซื้อกลุ่มเดียว 2,710 ล้านบาท หลังมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาที่ประกาศล็อกดาวน์เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่

นอกจากนี้คณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) มีการประชุมประจำเดือน ก.ค.2564 ว่า กกร.ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 เป็นขยายตัวได้ในกรอบ 0 – 1.5% จากเดือนมิ.ย.64 คาดว่าจะเติบโตได้ 0.5 – 2% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโควิด-19 การเร่งการฉีดวัคซีนและมาตรการเพิ่มเติมของรัฐบาล ขณะเดียวกันกกร. ปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกปีนี้ขยายตัว 8 – 10% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในกรอบ 1 – 1.2%

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ค่าเงินบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 มีโอกาสทดสอบ 33-33.50 บาท เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว ทำให้ขาดดุลบริการ ส่งผลให้ในปี 2564 ยังขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ อีกทั้งเงินทุนต่างประเทศมีโอกาสไหลออก คล้ายกับปี 2556 ที่เฟดจะเริ่มส่งสัญญาณลดวงเงิน QE ลง ทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐ  ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ของสหรัฐก็ปรับตัวลดลงที่ระดับ 1.35% แต่แนวโน้ม 3 เดือนถัดไปคาดว่าจะเป็นขาขึ้น  แต่เงินทุนยังคงลงทุนในตลาดสหรัฐอยู่

“การลงทุนตามทิศทางค่าเงินบาทอ่อน เราชอบกลุ่มอาหารมากที่สุด เนื่องจากได้อานิสงส์ และมีการเติบโต  แนะนำ ASIAN, CFRESH, CPF และTU ส่วนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อยากเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุน ถึงแม้ว่าจะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน แต่ราคาหุ้นค่อนข้างแพง และอาจจะมีปัญหาขาดแคลนชิปเซ็ต ที่กระทบต่อการเติบโต  และระวังกลุ่มนำเข้าสินค้าไอที จากการที่ตอบรับข่าวดีเรื่อง Work From Home ไปพอสมควรแล้ว และโดนผลกระทบเชิงลบจากค่าเงิน รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้า อาจจะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน” นายกิจพณ กล่าว

กลยุทธ์การลงทุนช่วงครึ่งหลังของปี 2564  หุ้นไทยยังมีแรงกดดันจากการปรับลดวงเงิน QE ทำให้เงินไหลออก และถูกกดดันจากราคาหุ้นทั่วโลกที่ค่อนข้างตึงตัว โดยแนะนำถือเงินสด 50% เพื่อรอเพิ่มการลงทุนเมื่อตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงถึงกรอบ 1,450-1,520 จุด ส่วนอีก 50% แนะนำเข้าลงทุนในหุ้นปลอดภัย ปันผลสูง ได้แก่ EASTW, RATCH, EGCO, CPNREIT, FTREIT, WHAUP และWHART

อ่านประกอบ

คาดค่าเงินอ่อนแตะ 33 บาท แนะหุ้นส่งออก เลี่ยงนำเข้า-โรงไฟฟ้า