ดาวโจนส์ปิดบวก 239 จุด รับกำไรกลุ่มเทคโนโลยี ข้อมูลเศรษฐกิจแกร่ง

HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวก ดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 239 จุด ขานรับกำไรกลุ่มเทคโนโลยี ข้อมูลเศรษฐกิจแกร่ง GDP ไตรมาส 1/64 ขยายตัว 6.4% ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average:DJIA) วันที่ 29 เมษายน 2564 ปิดที่ 34,060.36 จุด เพิ่มขึ้น 239.98 จุด หรือ 0.71%จากผลการดำเนินงานที่สดใสของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

นักลงทุนยังขานรับการยืนยันการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป ของธนาคารกลาง(เฟด) รวมทั้งการเปิดแผนการใช้จ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลในวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในช่วงเย็นวันที่ 28 เมษายนตามเวลาในสหรัฐฯก่อนที่จะครบรอบการทำงานในตำแหน่งประธานาธิบดีวันที่ 29 เมษายน

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,211.47 จุด เพิ่มขึ้น 28.29 จุด, +0.68%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,082.55 จุด เพิ่มขึ้น 31.52 จุด, +0.22%

เมื่อวานนี้เป็นวันที่บริษัทจดทะเบียนรายงานผลการดำเนินงานจำนวนมากคิดเป็นราว 11% ในดัชนี S&P 500 โดยที่ 86% ของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P 500 มีกำไรดีกว่าคาด 22.7% และ 77% ของบริษัทมีรายได้ดีกว่าคาด

หุ้นเฟซบุ๊กรายงานรายได้เติบโต 48% จากโฆษณาที่มีระดับราคาสูง ส่งผลให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 7.3% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หุ้นควอลคอมเพิ่มขึ้น 4.4% หลังรายได้เพิ่มขึ้น 52%

หุ้นแอปเปิลลดลง 0.07% แม้กำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด รวมทั้งเพิ่มการจ่ายเงินปันผลอีก 7% และประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่า 90 พันล้านดอลลาร์

ประธานาธิบดีไบเดนแถลงต่อสภาคองเกรสว่า รายจายเพื่อการลงทุนของรัฐบาลจะสูงขึ้น พร้อมจัดสรรเงินไปใช้จ่ายในการดูแลเด็ก การศึกษา

นอกจากนี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเป็นแรงหนุนตลาด เพราะนักลงทุนเห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง โดยกระทรวงแรงงานรายงานการยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้วลดลง 13,000 ราย มาที่ระดับ 553,000 ราย ต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศเดือนมีนาคม 2020

สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ(Bureau of Economic Analysis)รายงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ขยายตัว 6.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญานว่าเศรษฐกิจปีนี้ยังเดินหน้าด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เร่งตัวต่อเนื่อง และเป็นการเติบโตรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2003

นักวิเคราะห์จาก Plante Moran Financial Advisors มองว่า เศรษฐกิจยังมีช่องที่จะขยายได้อีกมากในไตรมาสต่อไป เพราะผู้บริโภคมีเงินสดในมือและพร้อมที่จะใช้จ่ายหลังจากโควิดคลี่คลาย

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) รายงาน ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales)เดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายเดือน

ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง นำโดยกลุ่มยานยนต์ที่ลดลง 2.6% แม้กลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้น 1.3% หลังการแถลงผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯที่คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเอาไว้ที่ระดับใกล้ 0% และออกมาหลังปิดตลาดในวันก่อนหน้า รวมทั้งยังเกาะการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน

เมื่อวานนี้เป็นวันที่บริษัทจดทะเบียนรายงานผลการดำเนินงานจำนวนมาก

หุ้นเชลล์ลดลง 1% แม้กำไรไตรมาสแรกดีกว่าคาดเล็กน้อยและเพิ่มการจ่ายเงินปันผลอีก 4%

หุ้นโทเทลในฝรั่งเศสลดลง 0.9% แม้กำไรกลับที่ระดับก่อนการระบาด

หุ้นแอร์บัสเพิ่มขึ้น 0.7% จากกำไรไตรมาสแรกดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่มีกระแสเงินสดในมือมากถึง 1.26 พันล้านยูโร

หุ้นโนเกียเพิ่มขึ้น 8% จากกำไรและรายได้ไตรมาสแรกดีกว่าคาด จากยอดขาย 5G

ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในยูโรโซนเดือนเมษายนดีขึ้นมาที่ 110.3 จุดจาก 100.9 ในเดือนมีนาคมและสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

ดัชนีราคาผู้บริโภคในเยอรมนีเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 2.1%

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 438.77 จุด ลดลง 1.15 จุด หรือ -0.26%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,961.48 จุด ลดลง 2.19 จุด, -0.03%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,302.57 จุด ลดลง 4.41 จุด, -0.07%,

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,154.20 จุด ลดลง 137.98 จุด, -0.90%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 65.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 202 ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 1.29 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 68.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล