เจาะพอร์ตกองทุน Ark Innovation

โดย…มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)
https://www.morningstarthailand.com/th/

Ark Innovation ETF (ARKK) เป็นกองทุนที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันอย่างมาก ปี 2020 ที่ผ่านมาสามารถสร้างผลตอบแทนถึง 150% แต่กองทุนนี้ถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมากเช่นกัน

Ark Innovation ETF (ARKK) เป็นกองทุนที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันอย่างมากของนักลงทุนหลังจากที่ในปี 2017 สร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 87% ส่วนปี 2020 ที่ผ่านมาสามารถสร้างผลตอบแทนถึง 150% พร้อมดึงดูดเงินไหลเข้ากองทุนอีกกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในปี 2021 ยังมีเงินไหลเข้าต่อเนื่องถึง 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลล่าสุดเมื่อ 11 กุมภาพันธ์) จึงถือได้ว่า ARKK เป็นกองทุนที่โตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมขณะนี้ โดยเน้นการลงทุนในธุรกิจที่เป็น Disruptive innovation

ข้อมูลการลงทุนของกอง ARKK

ที่มา: Morningstar Direct, Benchmark คือ S&P 500, ข้อมูลพอร์ต ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2020

ARKK มีการกระจายการลงทุนใน 48 บริษัท และน้ำหนักการลงทุนกว่าครึ่งหนึ่งกระจุกอยู่ใน 10 บริษัทแรก อย่างเช่นลงทุนใน Tesla ตั้งแต่ปี 2014 จนปัจจุบันน้ำหนักขึ้นมาเป็นสัดส่วน 11% ของ Portfolio นอกจากนี้การลงทุนไม่ได้อยู่แค่ในประเทศสหรัฐ โดยสัดส่วน 20% ได้ลงทุนในหุ้นต่างประเทศด้วยอย่างเช่น Materialise, CRISPR Therapeutics, Shopify เป็นต้น หากมองในแง่ Sector allocation กองทุน ARKK สัดส่วน 1 ใน 3 ลงทุนในกลุ่ม Healthcare โดยเฉพาะ Biotech นอกจากนั้นรองลงมาคือกลุ่ม Communication และ Technology ตามลำดับ ขณะที่การลงทุนในหุ้นที่ขึ้นอยู่กับวัฏจักรเศรษฐกิจอย่างเช่น กลุ่ม Industrial, Materials, Financials มีน้ำหนักไม่สูงมาก

หากวิเคราะห์การลงทุนของ ARKK ภายใต้ Morningstar’s Global Risk Model จะแบ่งได้เป็น 11 ด้านดังนี้

Volatility เป็นการวัดความผันผวนของราคาหุ้น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว Portfolio ของ ARKK มีความผันผวนสูงกว่า S&P500 โดยหุ้นที่ Ark ลงทุนอยู่อย่างเช่น Tesla, Square, Invitae มีความผันผวนของราคาหุ้นสูงกว่าตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา และหากเทียบในกลุ่ม Mid-cap growth Morningstar Category ถือได้ว่ากอง ARKK จัดอยู่ในกลุ่มที่มีค่าความผันผวนสูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

Momentum หรือวัดการปรับขึ้นของราคาหุ้นในอดีตเทียบกับหุ้นอื่นๆ โดยหุ้นที่ราคาปรับขึ้นได้ดีในช่วงที่ผ่านมาก็มักจะดีได้ต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้การลงทุนของ ARKK มีคะแนนในส่วน Momentum ค่อนข้างสูง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะการลงทุนใน Tesla, Twist Bioscience, Zoom Communications

Liquidity เป็นการวัด Trading volume หรือปริมาณการซื้อขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับจำนวนหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมด ทั้งนี้ ARKK ถือว่ามีสภาพคล่องสูงเมื่อเทียบกับ S&P500 อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ลงทุนอยู่อย่าง Tesla, Roku, CRISPR Therapeutics อาจจะเป็นหุ้นยอดนิยมในช่วงหนึ่ง แต่ปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องในตลาดอาจหายไปได้ถ้าหุ้นเหล่านี้หมดความนิยมจากนักลงทุน ดังนั้นการที่กอง Ark ให้น้ำหนักการลงทุนค่อนข้างมากในหุ้นกลุ่มนี้ก็อาจมีปัญหาสภาพคล่องได้หากกองทุนจำเป็นต้องขายหุ้นเพื่อมารองรับการขายหน่วนลงทุน

Value-Growth โดยปกติหุ้นที่มี Growth สูงมากในอนาคต ก็มักจะสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นที่ซื้อขายในระดับที่สูงกว่าพวกหุ้นที่ให้ Dividend yield หรือเป็น Value stocks โดยการลงทุนของ ARKK ก็ให้น้ำหนักอยู่ในกลุ่ม Growth stocks อย่างเช่น Tesla, Roku, CRISPR Therapeutics

Ownership Risk เป็นการวัดความเสี่ยงของหุ้นที่กองทุนถืออยู่ ถ้ากองทุนมีการลงทุนในบริษัทที่มี Risk profiles สูง ก็จะมี Ownership Risk สูงไปด้วย ทั้งนี้การลงทุนของ ARKK ถือว่ามี Ownership Risk สูง เนื่องจากมีการลงทุนใน Invitae, Editas Medicine, Organovo

Ownership Popularity ถ้ามีคะแนนในส่วนนี้สูงแปลว่าหุ้นที่กองถืออยู่ได้รับความนิยมจำนวนมากจากกองทุนอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งการลงทุนของ ARKK มีคะแนนในส่วนนี้มากเช่นกัน

Size หรือขนาดของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นที่กองทุนถืออยู่ ซึ่งโดยหลักการณ์แล้วหุ้นกลุ่ม Small-cap stocks มักจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยกอง ARKK มีการลงทุนที่หลากหลาย มีทั้งหุ้นขนาดเล็กอย่างเช่น Organovo Holdings ไปจนถึงหุ้นขนาดใหญ่อย่าง Tencent Holdings

Valuation Uncertainty หรือการประเมินมูลค่าหุ้น ซึ่งบริษัทที่มีผลการดำเนินงานไม่สม่ำเสมอ หรือมีกระแสเงินสดไม่แน่นอน ก็มักจะทำให้การประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์มีความไม่แน่นอนไปด้วย โดยหุ้นส่วนใหญ่ที่ ARKK ลงทุนมักจะมี Valuation Uncertainty เนื่องจากบางบริษัทที่ลงทุนอย่างเช่น Pure Storage ไม่เพียงแต่ธุรกิจมีความผันผวนแล้ว แต่การจะประเมินมูลค่าก็ยากที่จะทำได้ด้วย

Financial Health บริษัทที่มีสถานะการเงินแข็งแกร่งย่อมมีความเสี่ยงต่อการล้มละลายต่ำ ซึ่ง Portfolio การลงทุนของ ARKK โดยรวมแล้วมีสถานะการเงินที่ไม่แข็งแกร่งมาก เนื่องจากบางบริษัทยังมีผลการดำเนินงานขาดทุน หรือมีกระแสเงินสดติดลบด้วยซ้ำไป

Valuation หากเปรียบเทียบมูลค่าที่แท้จริงของหลักทรัพย์กับราคาซื้อขายในปัจจุบัน พบว่าหุ้นใน Portfolio การลงทุนของ ARKK ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่แพงโดยปรียบเทียบกับมูลค่าที่ควรจะเป็น

Economic Moat คือการวัดความสามารถทางการแข็งขันของธุรกิจภายใต้ความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน ซึ่ง Portfolio การลงทุนของ ARKK ทำได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากกว่า 30% ของหลักทรัพย์ที่ลงทุนมี Economic Moat ที่ต่ำ ซึ่งเราอาจยังไม่เห็นผลกระทบในตอนนี้ แต่หากคู่แข่งของบริษัทเหล่านี้เริ่มมีการแข่งขันเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด ก็อาจจะเริ่มเห็นผลกระทบได้ในอนาคต

โดยสรุปแล้วแม้ว่า Ark Innovation จะทำผลตอบแทนได้ดีจากกลยุทธ์การลงทุนที่ตรงกับ Trends ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็ตาม แต่หากคำนึงถึงความเสี่ยงแล้วกอง Ark มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องของ Liquidity เพราะหากกองทุนเจอภาวะที่นักลงทุนไถ่ถอนเงินออกจำนวนมาก บางบริษัทที่ลงทุนอาจไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขายมากพอเพื่อรองรับการขายหน่วยดังกล่าว นอกจากนี้การที่กอง Ark มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็อาจเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องระวัง เนื่องจากมักจะเป็นเป้าหมายของ Hedge funds พวกนักเก็งกำไร และการถูก Short sell ได้