ดาวโจนส์ปิดลบ 8 จุด จับตาถอดถอนทรัมป์

ดาวโจนส์ปิดลบ 8 จุด จับตาถอดถอนทรัมป์

HoonSmart.com>> ดาวโจนส์ปิดลบ 8 จุด จับตาถอดถอนทรัมป์ ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น นักลงทุนเกาะติดฉีดวัคซีนต้านไวรัส ด้านราคาน้ำมันดิบลดลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average:DJIA) วันที่ 13 มกราคม 2564 ปิดที่ 31,060.47 จุด ลดลง 8.22 จุด หรือ -0.03% นักลงทุนยังจับตาแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดรายใหม่ที่เพิ่มขึ้น

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,809.84 จุด เพิ่มขึ้น 8.65 จุด หรือ +0.23%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,128.95 จุด เพิ่มขึ้น 56.52 จุด หรือ +0.43%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอ่อนตัวลงจาก ระดับสูงสุดของเดือนมีนาคม หลังจากกรรมการธนาคารกลางสหภาพยุโรป(European Central Bank )ให้ความเห็นว่า อีซีบีจะยังคงผ่อนคลายทางการเงิน และความเห็นกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)สองรายที่ลดความเป็นไปได้ที่จะหยุดซื้อพันธบัตรในเร็วๆนี้

โดยอัตราผลตอบแทนพันธ บัตรอายุ 10 ปีอยู่ที่ 1.088% แต่ยังสูงกว่าระดับปิดของปี 2020 ที่ 0.92% อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปีปิดที่ 1.823%

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาจากความคาดหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ โดยนายโจ ไบเดน จะประกาศนโยบายเศรษฐกิจอย่างละเอียดในวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาในสหรัฐฯ

ตลาดอ่อนตัวลงจากที่ปรับขึ้นไปในช่วงแรก จากความวิตกสถานการณ์การเมืองในประเทศ เพราะสภาผู้แทนราษฎรมีการประชุมเพื่อลงคะแนนในญัตติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง ขณะที่รองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภาไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรมีมติด้วยคะแนนเสียง 232 ต่อ 197 ถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และจะส่งผลให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป

นักลงทุนเกรงว่ากระบวนการถอดถอนทรัมป์จะส่งผลให้การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้า

นอกจากนี้แม้ยังกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหมที่เพิ่มขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวในปีนี้ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฉีดวัคซีน

กระทรวงแรงงานเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.4% จาก 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) เผย จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 8% และเพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นอินเทลปรับตัวขึ้น 7.6% หุ้นแอมะซอนเพิ่มขึ้น 3.1% หุ้นเน็ตฟลิกซ์เพิ่มขึ้น 2%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น นักลงทุนยังเกาะติดการฉีดวัคซีนต้านไวรัส และมาตรการการควบคุมการระบาด ขณะที่เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ระยะเวลการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ออกไปอีก

กรรมการธนาคารกลางสหภาพยุโรป (European Central Bank) ให้ความเห็นว่า อีซีบีจะยังคงผ่อนคลายทางการเงิน

คณะกรรมการผูกขาดทางการค้าอนุมัติให้ตลาดหุ้นลอนดอน(London Stock Exchange )เทคโอเวอร์ Refinitiv ที่มีมูลค่า 27 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เป็นบริษัทที่ให้บริการข้อมูลรายใหญ่

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 409.07 จุด เพิ่มขึ้น 0.46 จุด,+0.11%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,745.52 จุด ลดลง 8.59 จุด, -0.13%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,662.67 จุด เพิ่มขึ้น 11.70 จุด, +0.21%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,939.71 จุด เพิ่มขึ้น 14.65 จุด, +0.11%

หุ้นคาร์ฟูร์เพิ่มขึ้น 13.4% หลังบริษัท Alimentation Couche-Tard เปิดเผยว่ากำลังเจรจาเพื่อควบรมกิจการ

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 30 เซนต์ปิดที่ 52.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 52 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 56.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล