KBSPIF ประเดิมจ่ายปันผล 0.2450 บาท ย้ำจุดแข็งกระแสเงินสดมั่นคง

KBSPIF ประเดิมจ่ายปันผล 0.2450 บาท ย้ำจุดแข็งกระแสเงินสดมั่นคง

HoonSmart.com>> กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลครบุรี จ่ายเงินปันผลอัตรา 0.2450 บาทต่อหน่วย ขึ้น XD 30 พ.ย.นี้ หลังเงินรับตามสัญญาโอนผลประโยชน์จากการเข้าลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลของ KPP ในไตรมาส 3/63 จำนวน 74.27 ล้านบาท สอดคล้องตามประมาณการที่เสนอขายหน่วยลงทุน จากจุดแข็งกระแสเงินสดที่มั่นคงจากการผลิตกระแสไฟฟ้าให้คู่สัญญากฟผ.และน้ำตาลครบุรี

ชวินดา หาญรัตนกูล

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย (KTAM) ในฐานะผู้จัดการกองทุน KBSPIF เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการลงทุนของบริษัทจัดการฯ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2563 ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยในอัตรา 0.2450 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินประมาณ 68.60 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยตามสัดส่วนจำนวนวัน (pro rata basis) อยู่ที่ 9.75% จากราคาหน่วยละ 10 บาท โดยมีกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 30 พ.ย.2563 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยในวันที่ 21 ธ.ค.2563

หลังจากกองทุน KBSPIF มีเงินรับตามสัญญาโอนผลประโยชน์จากการลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลของ บริษัท ผลิตไฟฟ้าครบุรี (KPP) ในช่วงไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ประมาณ 74.27 ล้านบาท

ทั้งนี้ เงินรับตามสัญญาโอนผลประโยชน์ดังกล่าว สอดคล้องตามที่ได้คาดการณ์ไว้ในหนังสือชี้ชวนในช่วงที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุน โดยทรัพย์สินที่กองทุน KBSPIF เข้าลงทุนนั้นมีศักยภาพในการดำเนินงานจากการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 22 เมกะวัตต์ และ บริษัทน้ำตาลครบุรี อีก 3.5 เมกะวัตต์ รวม 25.5 เมกะวัตต์ ซึ่งมีโอกาสสร้างกระแสเงินสดได้สูงกว่าข้อตกลงรับประกันผลประกอบกิจการไฟฟ้าขั้นต่ำที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน

“นับตั้งแต่ที่จดทะเบียนจัดตั้งกองทุนถึงสิ้นสุด ณ วันที่ 30 ก.ย. 2563 ผลการดำเนินงานยังคงสอดคล้องตามที่ได้คาดการณ์ไว้ในหนังสือชี้ชวน จากจุดเด่นของทรัพย์สินที่กองทุนเข้าลงทุนที่มีความมั่นคงด้านกระแสเงินสดทำให้กองทุนมีเงินรับตามสัญญาโอนผลประโยชน์จากการลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล และสามารถสร้างกำไรสุทธิ ดังนั้น กองทุนจึงเริ่มจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2450 บาทต่อหน่วยให้แก่ผู้ถือหน่วยทุกคน” นางชวินดา กล่าว