CPNREIT พลิกขาดทุน 494 ลบ. Q3/63 บุ๊กดอกเบี้ยจ่ายตาม TFRS16 ฉุดงบ

HoonSmart.com>> ทรัสต์ CPNREIT พลิกขาดทุนไตรมาส 3/63 จำนวน 494 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายพุ่ง 121% บันทึกดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินสัญญาเช่าโครงการเซ็นทรัลพระราม 2 (ช่วงต่ออายุ) ตามบัญชี TFRS16 ฉุดงบ ด้านรายได้รวม 1,115 ล้านบาท ลดลง 169.9 ล้านบาท กว่า 13% อัตราเช่าพื้นที่ร่วงแตะ 92.6% ผลกระทบวิกฤตโควิด

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 (1 ก.ค.-30 ก.ย.2563) พลิกขาดทุนสุทธิ 493.76 ล้านบาท ขาดทุนต่อหน่วย 0.2232 บาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 903.27 ล้านบาท กำไรต่อหน่วย 0.4083 บาท

ขณะที่ 9 เดือนปีนี้กำไรสุทธิ 351.59 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.1589 บาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 2,748.99 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.2425 บาท

สาเหตุที่ผลงานขาดทุน เนื่องจาก CPNREIT มีรายได้รวม 1,115.3 ล้านบาท ลดลง 169.9 ล้านบาท หรือ 13.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วยรายได้ค่าเช่าและค่าบริการจำนวน 1,113.0 ล้านบาท ลดลง 13.0% โดย CPNREIT รับรู้รายได้ค่าเช่าและส่วนลดค่าเช่าตามวิธีเส้นตรงตลอดอายุสัญญาเช่าตาม TFRS 16 ส่งผลให้รายได้ตามบัญชีที่ปรากฎในงบการเงินมากกว่ารายได้ค่าเช่าที่ได้รับจริงและส่วนลดค่าเช่าตามวิธีเส้นตรงน้อยกว่าส่วนลดค่าเช่าที่เกิดขึ้นจริง

หากไม่รวมผลกระทบจากการบันทึกบัญชีตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 (TFRS16) เรื่องการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าจำนวน 373.5 ล้านบาทและการบันทึกรายได้ค่าเช่าและส่วนลดค่าเช่าตามวิธีเส้นตรงจำนวน 25.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่มิใช่เงินสด กองทรัสต์จะมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 716.9 ล้านบาท

นอกจากนี้มีค่าใช้จ่ายรวม 746.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 409.7 ล้านบาท หรือ 121.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าซึ่งเป็นรายการที่มิใช่เงินสดจำนวน 373.5 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นจากการบันทึกบัญชีสัญญาเช่าโครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 (ช่วงต่ออายุ) ตาม TFRS16 หากไม่รวมดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าค่าใช้จ่ายรวมเท่ากับ 373.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.2 ล้านบาท หรือ 10.7% จากงวดปีก่อน จากการเข่าลงทุนในอาคารสำนักงานเดอะไนน์ ทาวเวอร์สและยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์

ด้านอัตราการเช่าพื้นนที่เฉลี่ยของศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานอยู่ที่ 92.6% ลดลงจาก 93.8% ในไตรมาสก่อนหน้า และลดลงจากไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 95% โดยเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ตมีอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากหาผู้เช่าได้เพิ่มและศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 เซ็นทรัล พระราม 3 เซ็นทรัล ปิ่นเกล่าและอาคารสำนักงานปิ่นเกล่าทาวเวอร์เอและทาวเวอร์บี มีอัตราการเช่าพื้นที่ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีชและอาคารสำนักงานเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส มีอัตราการเช่าพื้นที่ลดลง เนื่องจากผู้เช่าพื้นที่บางรายที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขอยกเลิกสัญญาและบางรายไม่ต่อสัญญา สำหรับอาคารสำนักงานยูนิลีเวอร์เฮ้าส์มีอัตราการเช่าพื้นที่คงเดิม 100% สำหรับโรงแรมฮิลตัน พัทยา ได้ปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงตั้งแต่เดือนเม.ย.2563

ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิมีทั้งสิ้น 368.7 ล้านบาท ลดลง 579.5 ล้านบาท หรือ 61.1% จาก 948.2 ล้านบาทในไตรมาส 2/2562 เป็นผลจากการลดลงของรายได้ค่าเช่าที่ยังมีอยู่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน แต่ในอัตราที่ลดลงและการปิดปรับปรุงโรงแรมฮิลตัน พัทยา ทำให้กองทุนไม่ได้รับรายได้ค่าเช่าผันแปรในไตรมาสนี้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าของโครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 (ช่วงต่ออายุ) ตาม TFRS16 ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ช่เงินสด อีกทั้งค่าธรรมเนียมบริหารอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนเช่าและบริการเพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้อนุมัติการจ่ายเงินให้ผู้ถือหน่วยในรูปของการลดทุนสำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 ก.ย.2563 ซึ่งเป็นไปตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ เนื่องจาก CPNREIT มีรายการขาดทุนสะสมเกิดจากรายการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนและจ่ายเงินให้ผู้ถือหน่วยในรูปของการลดทุนในอัตรา 0.21 บาทต่อหน่วยทรัสต์ กำหนดรวบรวมรายชื่อผู้ถือหน่วยโดยปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยทรัสต์วันที่ 25 พ.ย.2563 และจ่ายเงินลดทุนในวันที่ 8 ธ.ค.2563