NER ขายทำกำไรหลังข่าวดีออก กำไรนิวไฮทะลุ 150 ล้านบ.

HoonSmart.com>>หุ้น NER  ขายทำกำไร หลังข่าวดีออก ไตรมาส 3 กำไรทะลุ 150 ล้านบาท ทำนิวไฮ  รวม 9 เดือนกำไร 437 ล้านบาท  “ชูวิทย์” ซีอีโอ คาดการณ์ปี 2564 ยังเติบโตต่อเนื่อง

ราคาหุ้น NER  (นอร์สอีท รับเบอร์ ) ปรับตัวลงแรงเช้านี้ หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 / 2563 โดยราคาหุ้น ลงไปลึกสุด 0.24 บาท ลดลง 0.38 บาท ก่อนเด้งขึ้นเล็กน้อย เมื่อเวลา 10.39 น. เคลื่อนไหวที่ 4.34 บาท ลดลง  0.28 บาท หรือ 6.06 % มูลค่าซื้อขาย 295.53 ล้านบาท

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NER เปิดเผย ว่า ไตรมาส 3 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 152.32 ล้านบาท ได้รวมความเสียหายจากกรณีเกิดเพลิงไหม้อาคารเก็บสินค้าเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 จำนวนเงิน 30.89 ล้านบาท แล้ว ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวอยู่ระหว่างการเรียกร้องจากบริษัทประกันภัย

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ (นิวไฮ) ต่อเนื่องจากไตรมาส 2/63 ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายปรับดีขึ้น

มีปริมาณการขาย 106,292 ตัน ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 72% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นรายได้จากการขายรวมทั้งสิ้น 4,336.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.87% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามปริมาณยอดคำสั่งซื้อ (Order) จากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะลูกค้าจากประเทศจีนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทฯ ได้ทยอยส่งมอบยางพาราสัญญาระยะยาว (Long Term Contact) ให้กับลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์และรถบรรทุกรายใหญ่จากประเทศจีน จำนวน 2 ราย ได้แก่ LLIT และ Triangle Tyre รวม 72,000 ตัน/ปี และเป็นสัญญาระยะสั้นอีกราว 2-3 ราย

นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า คำสั่งซื้อที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น หนุนกำลังการผลิตโรงงานแห่งใหม่ขยับเป็น 70% ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมโรงงาน 2 แห่งในปัจจุบันอยู่ที่ 360,000 ตัน และจะขยับเพิ่มเป็น 406,000 ตันในปี 2564 ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิตได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับโค้งสุดท้ายปี 2563 มั่นใจ ผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นทำนิวไฮต่อเนื่อง คาดทั้งปีโตทะลุเป้าหมาย รายได้ 17,000 ล้านบาท และยอดขาย 365,000 ตัน แนวโน้มปี 2564 คาดโตต่อเนื่อง ตามปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอานิสงค์ราคายางพาราที่มีแนวโน้มขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามปริมาณความต้องการในตลาดโลก

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ๆโดยเฉพาะประเทศอินเดีย เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่และอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจาลูกค้ารายใหญ่ในอินเดียสัญญา Long Term Contact จำนวน 2 ราย เบื้องต้นคาดจะสามารถสรุปรายละเอียดเงื่อนไขคำสั่งซื้อที่ชัดเจนได้ภายในช่วงต้นปี 2564

สำหรับผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน (Ribbed Smoked Sheet : RSS), ยางแท่ง (Standard Thai Rubber : STR) และยางผสม (Mixtures Rubber) เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในและต่างประเทศ