‘เคทีบีเอสที โฮลดิ้ง’ ติดปีกบินปี 64 เข้าตลาดหุ้น ธุรกิจครบวงจรทะยาน

‘เคทีบีเอสที โฮลดิ้ง’ ติดปีกบินปี 64 เข้าตลาดหุ้น ธุรกิจครบวงจรทะยาน

HoonSmart.com>>บริษัทเคทีบีเอสที โฮลดิ้ง หรือ KTBST มีความแข็งแกร่งพร้อมแล้วที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2564 เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายโอกาสในการให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น

 

“ณัฐพงศ์ ณ ระนอง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์ www.HoonSmart.com ว่า บริษัทเคทีบีเอสที โฮลดิ้ง ถือหุ้น 99% ในบล.เคทีบี (ประเทศไทย)  โดยมีบริษัท KTB Investment & Securities ประเทศเกาหลีใต้เข้ามาถือหุ้น 100 % ก่อนที่ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์จะเข้ามาร่วมถือหุ้นด้วย 30% เมื่อปี 2559 นับตั้งแต่นั้นมามีการต่อยอดธุรกิจให้ครบเครื่อง มีการลงทุนจัดตั้งบริษัท เคทีบีเอสที รีท เมเนจเม้นท์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วี จำกัด เป็นสถาบันการเงินครบวงจร ให้บริการธุรกิจถึง 9 ประเภท และเป็นหนึ่งในใจของลูกค้าในปัจจุบัน

ณัฐพงศ์ ณ ระนอง

บล.เคทีบี มีกำไรสุทธิเพียง 9 ล้านบาท ในปี 2559 ก่อนกระโดดขึ้นมาเป็น 39.81 ล้านบาทในปี 2560  และ 62.31 ล้านบาทในปี 2561 จากการพึ่งพารายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และนายหน้าซื้อขายอนุพันธ์ถึง 90% ต่อมาได้ขยายธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดให้บริการด้านบริหารความมั่งคั่ง บริหารกองทุนส่วนบุคคล บริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลตามหลักศาสนาอิสลาม ตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนกองทุนรวม การลงทุนต่างประเทศสำหรับลูกค้าสถาบัน ตามด้วยนักลงทุนบุคคล เปิดให้บริการด้านโปรแกรมซื้อขายหลักทรัพย์อัตโนมัติ  โปรแกรมออมหุ้นอัตโนมัติ (DCA) Block Trade และ SBL ( บริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์) ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน  ลดความผันผวนของรายได้และกำไร

บริษัทมีเป้าหมายที่จะลดสัดส่วนรายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์-อนุพันธ์เหลือ 35% ธุรกิจวาณิชธนกิจ(IB) 30%  ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ บริหารความมั่งคั่ง จาก บลจ. วี,บริษัท เคทีบีเอสที รีท เมเนจเม้นท์ 30% และอื่นๆ 10%  ซึ่งทิศทางธุรกิจกำลังเดินไปได้ดี  ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดด้านหลักทรัพย์ 1.5% ตั้งเป้าไว้ที่ 2% ค่าคอมมิชชั้นเฉลี่ย 0.10% หรือมูลค่าการซื้อขาย 1 ล้านบาท จ่ายค่าคอมมิชชั่น 800-1,000 บาท มีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น ทางด้านอนุพันธ์ บริษัทมีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 4-5% ติดท็อปเท็น เป้าหมายขึ้นเป็นท็อปไฟว์ที่  6%  ขณะที่ปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์(มาร์จิ้น) เกือบ 500 ล้านบาท ได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ย

ส่วนธุรกิจกองทุนมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ตอนนี้ 7 หมื่นล้านบาท วางเป้าหมาย 1 แสนล้านบาท ภายใน 1-2 ปี

ธุรกิจวาณิชธนกิจ ในปีนี้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น(KK) บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ (ETC) แกนนำผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นที่เสนอขายประชาชนครั้งแรก(IPO) หุ้น KK ตั้งเป้าเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำอันเดอร์ไรท์เตอร์ ปีละ 2-3 บริษัท

สำหรับการจำหน่ายตราสารหนี้ ปัจจุบันขายตั๋ว B/E ลดลง ส่วนหุ้นกู้ก็มีการดูแลความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น ในปีนี้หุ้นกู้ที่ขายมากกว่า 80% มีอันดับเครดิตระดับ  BBB- ขึ้นไป  อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 6-8% ต่อปี อายุ 2 ปี   เน้นความปลอดภัย แต่ยังมีลูกค้าที่ต้องการผลตอบแทนที่ดี  ยอมรับความเสี่ยงสูงได้

“ณัฐพงศ์”กล่าวว่า หัวใจของธุรกิจ คือ คน บริษัทมีพนักงานทั้งหมด ประมาณ 500 คน เป็นเซลล์ 300 คน มีการทุ่มลงทุนพัฒนาบุคคลากร เช่น การฝึกอบรมและส่งผู้แนะนำการลงทุนเข้าสอบทุกใบอนุญาต พร้อมกับลงทุนด้านเทคโนโลยี ปีละมากกว่า 10 ล้านบาท และทุก ๆ 5 ปีมีการลงทุนหนัก รับมือการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบด้านเทคโนโลยี และคู่แข่งใหม่ (Digital Disruption) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รองรับการขยายตัวของทุกธุรกิจในอนาคต

“บริษัทเพิ่มความโดดเด่นในการให้บริการลูกค้า สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการลงทุนให้กับลูกค้าทุกกลุ่มทุกวัย เน้นนวัตกรรมการสร้างแพลตฟอร์มการลงทุน เพื่อเข้าถึงการลงทุนที่ครอบคลุมและครบวงจรมากขึ้น  เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน จะจำกัดการลงทุนอยู่ในประเทศเพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เชื่อว่าเมื่อบริษัทเคทีบีเอสที โฮลดิ้ง เข้าตลาดหลักทรัพย์ นอกจากเพิ่มความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ดีขึ้น ต้นทุนทางการเงินก็จะลดลง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และขยายโอกาสในการให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น” ณัฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย