ดาวโจนส์ปิดลบ 157 จุด วิตกระงับทดลองวัคซีน

ดาวโจนส์ปิดลบ 157 จุด วิตกระงับทดลองวัคซีน

HoonSmart.com>>ดาวโจนส์ลดลงครั้งแรกในรอบ 5 วัน นักลงทุนเกาะติดการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วิตกระงับทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด  หุ้นกลุ่มธนาคารเปิดกำไรไตรมาส 3 ดีกว่าคาด ราคาน้ำมันดีดกลับบวก 70 เซนต์ 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันที่ 12 ต.ค. 2563 ที่ 28,679.81 จุด เพิ่มขึ้น 157.71 จุด หรือ 0.55% เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 5 วัน ขณะที่นักลงทุนเกาะติดการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ รวมทั้งข่าวการระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และการรายงานผลประกอบการไตรมาสสามของบริษัทจดทะเบียน

ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,511.93 จุด ลดลง 22.29 จุด, -0.63%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,863.90 จุด ลดลง 12.36 จุด, -0.10%

หน่วยงานสหรัฐฯได้ระงับการทดลองวัคซีนระยะสุดท้ายของ Eli Lilly จากความกังวลเรื่องความปลอดภัย หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ระงับการทดสอบวัคซีนกับอาสาสมัครทั้งหมด 60,000 รายหลังจากพบว่ามีผลข้างเคียง โดยอาสาสมัครรายหนึ่งมีอาการป่วยอย่างไม่มีสาเหตุ

จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เป็นบริษัทยารายที่ 4 ที่เข้าโครงการพัฒนาวัคซีน Operation Warp Speed ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

หุ้น Eli Lilly & Co ลดลง 2.85% ส่วนหุ้นจอห์นสันแอนด์จอห์นสันลดลง 2.3% แม้กำไรไตรมาสสามดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด รวมทั้งปรับคาดการณ์ผลการดำเนินงานทั้งปีขึ้น

นอกจากนี้หุ้นในกลุ่มเวชภัณฑ์ลดลงด้วย โดยหุ้นบริสตอล-ไมเยอร์ส สควิบบ์ ลดลง 1.15% หุ้นแอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส ลดลง 2.4%

นักลงทุนยังเกาะติดการเจรจาเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ระหว่างพรรคเดโมแครตและทำเนียบข่าว และมองว่าในระยะสั้นโอกาสที่จะออกมาตรการก่อนการเลือกตั้งได้ลดลง หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ส่งจดหมายแจ้งสมาชิกสภาว่าไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว เพราะไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือด้านสาธารณสุข ขณะที่นายมิทช์ แม็คคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสมาชิกเปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการโหวตในมาตรการย่อย

นักลงทุนยังเกาะติดการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มขึ้นโดยกลุ่มธนาคาร ซึ่งมีกำไรดีกว่าคาด หุ้นแบล็คร็อค บริษัทบริหารสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก เพิ่มขึ้น 3.85% จากสินทรัพย์ที่บริหาร (AUM) ไตรมาสสามเพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ทั้งกำไรและรายได้ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

หุ้นซิตี้กรุ๊ป ลดลง 4.8% แม้กำไรรายไตรมาสสูงสุดเท่าที่เคยมีมา จากการซื้อขายพันธบัตร

หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ลดลง 1.63% แม้กำไรไตรมาสเพิ่มขึ้น 4%

ในกลุ่มอื่น หุ้นเดลต้าแอร์ไลน์ลดลง 2.67% จากขาดทุน 5.4 พันล้านดอลลาร์

หุ้นแอปเปิล ลดลง 2.65% หลังจากจัดอีเวนต์เมื่อวานนี้ เปิดตัว iPhone 12 จำนวน 4 รุ่น รองรับระบบ 5G ตามคาด

กระทรวงแรงงานเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และเพิ่มขึ้น 1.4% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานรายปีทรงตัวที่ 1.7%

ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง นักลงทุนวิตกต่อสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดในยุโรปที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ท่ามกลางข่าวการระงับการทดสอบวัคซีนของบริษัทผู้ผลิตยารวมทั้งจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน รวมทั้งความกังวลต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ของสหรัฐว่าจะไม่ทันก่อนการเลือก ตั้ง และจับการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯที่เริ่มขึ้นเมื่อวานนี้

นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวของอังกฤษต่อการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป(European Union) หรือ Brexit เพราะวันพฤหัสบดีนี้จะเป็นเส้นตายที่ในการเจรจาข้อตกลงการค้ากับอียู ขณะที่การว่างงานเดือนสิงหาคมของอังกฤษเพิ่มขึ้น 4.5% ซึ่งสูงกว่าที่คาด

ในเยอรมนี สถาบัน ZEW เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นเดือนตุลาคมลดลงมากกว่าคาด จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ จากสาเหตุการระบาดของไวรัสที่ต่อเนื่อง Brexit และการเลือกตั้งสหรัฐฯ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 370.96 จุด ลดลง 2.04 จุด, -0.55%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่  5,969.71 จุด ลดลง 31.67 จุด, -0.53%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,947.61 จุด ลดลง 31.68 จุด, -0.64%,

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,018.99 จุด ลดลง 119.42 จุด, -0.91%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบ เดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 77 เซนต์ ปิดที่ 40.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 73 เซนต์ปิดที่ 42.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล