HoonSmart.com>>กลยุทธ์ลงทุนในช่วงตลาดขาดข่าวดี เน้นปลอดภัย บล.โนมูระพัฒนสิน แนะหุ้นฟอร์มเจ๋ง กำไรโต เสนอ TU-CPF-ICHI-HTC-WICE-BEM-SMT-KCE-HANA-XO-SAPPE บล.เอเซียพลัส เชียร์ SCC-CPALL ราคายังไม่ขึ้น พื้นฐานดี บล.ทรีนีตี้ KTB-BBL-KBANK-SCB ดัชนีบวก 5 จุด ตามเมืองนอก รับ “ทรัมป์” อาการดีขึ้น แต่นักลงทุนต่างชาติขาย 1,115 ล้านบาท

บล.โนมูระพัฒนสินวิเคราะห์ตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ คงถือหุ้นน้อย 25% ของพอร์ต แนะนำหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2563 เชิงบวก มี 11 บริษัท ได้แก่ TU, CPF, ICHI, HTC, WICE, BEM, SMT, KCE, HANA, XO, SAPPE
ส่วนพอร์ตในเดือนต.ค. คือ CPF, TU, KSL, KCE, SMT, XO เน้นธีมธุรกิจอาหาร ที่ทนแรงกดดันต่อภาวะเศรษฐกิจได้ จากอานิสงส์ทำอาหารทานที่บ้าน ซึ่งกำลังเกิดโควิด-19 ระบาดรอบสองรุนแรงทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป แถมยังได้ประโยชน์เงินบาทอ่อนค่า และราคาอาหารยังคงตัวอยู่ในระดับสูง ในส่วน TU ให้ราคาเป้าหมายปีหน้า 15.50 บาท และ CPF มูลค่า 36 บาท
สำหรับ TU คาดกำไรไตรมาส 3/2563 โตจากยอดขายเพิ่มตามกลุ่มอาหารกระป๋องขายดี และอัตรากำไรเพิ่ม ประเมินกำไรปีนี้โตขึ้น 35% และทรงตัวในปีหน้า ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/E ปีหน้า ต่ำเพียง 12.9 เท่า P/BV 1.1เท่า และมีอัตราผลตอบแทนปันผล 3.5%
ส่วน CPF กำไรในไตรมาสที่ 3 ยังออกมาดี จากราคาสุกรไทยฟื้นตัว และเป็น high season ของการส่งออกไก่ไป ญี่ปุ่น จีน ยุโรป อีกทั้งยังเติบโตเด่นในปีหน้า ระยะยาวเชื่อได้ประโยชน์จากการเข้าไปถือหุ้นในดีลเทสโก้
“CPF เป็นหุ้นนำกลุ่ม จากความแข็งแกร่งในตลาด แต่ราคาปรับตัวลงมามาก สามารถเก็งกำไร และถือลงทุนได้ ”
ส่วนกลุ่มการแพทย์ คงคำแนะนำ Bullish ผลงานครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 ส่วนปีหน้ากำไรรวมกลุ่มฯ ฟื้นตัวเด่นตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ขณะที่ราคาหุ้นโรงพยาบาลยังไม่แพงเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตปีหน้า สำหรับหุ้นเด่นเลือก BDMS ราคาเป้าหมาย 22 บาท และ CHG มูลค่า 2.86 บาท
บล.เอเซียพลัสลดน้ำหนักหุ้นไทยลง 5% เป็น 35% เมีประเด็นการเมืองคอยกดดันเพิ่มเติมอยู่ และสถานการณ์โควิดระบาดรอบ 2 มีโอกาสสร้าง Downside ต่อตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้นมาเร็วและแรงจนทำให้ Valuation ไม่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามแนะนำ CPALL และ SCC
CPALL ราคายังปรับตัวขึ้นน้อยกว่ากลุ่มอย่างมาก ทั้งๆที่ธุรกิจมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติ หนุนกำไรผ่านพ้นจุดต่ำสุด คาดกำไรปีนี้ทรงตัว ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปีนี้ที่ 28 เท่าต่ำสุดในรอบหลายปี ประเมินแนวรับที่ 59.75 บาท แนวต้าน 61.75 บาท ราคาแกว่งพักตัวในกรอบแคบๆ เพื่อเลือกทาง
SCC ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงและ Underperform มากตั้งแต่ต้นปี แต่คาดกำไรไตรมาสที่ 3 เติบโต 43%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการใช้และสเปรดของปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและบรรจึภัณฑ์เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร มุมมองธุรกิจ 3-5 ปี ข้างหน้าสดใส จึงทำให้คนเริ่มกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น
บล.ทรีนีตี้แนะนำซื้อ KTB ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท/หุ้น BBL เป้าหมาย 129 บาท แต่ราคาหุ้นระยะสั้นยังขาดปัจจัยหนุน รวมถึง KBANK มูลค่า 95 บาท และ SCB เป้าหมาย 85 บาท
ทั้งนี้ คาด KTB มีกำไรไตรมาส 3 ที่ 4,352 ล้านบาท ดีขึ้น 14%จากไตรมาส 2 แต่อ่อนตัว 32% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยคงประมาณการกำไรปี 63 ที่ 18,256 ล้านบาท รวม 9 เดือน คิดเป็นราว 80% ของประมาณการ แต่กำไรงวดไตรมาสที่ 4ยังมีความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ มองว่ายังไม่ใช่จังหวะในการเข้าลงทุน
BBL ยังคงเป็น Top pick คาดกำไรไตรมาส 3 ที่ 5,238 ล้านบาท ฟื้นตัว 69%จากไตรมาส 2 แต่อ่อนตัว 45%เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทั้งปีนี้กำไรรวม 22,230 ล้านบาท งวด 9 เดือนที่คาดคิดเป็นราว 72% ของประมาณการทั้งปี
ด้านตลาดหุ้นวันที่ 5 ต.ค. ดัชนีเปิดบวก และปิดที่ระดับ 1,242.99 จุด +5.45 จุด +0.44 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 39,485 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติขายต่อ 1,115 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนอีก 3 กลุ่ม ซื้อ นำโดยรายย่อยเก็บ 955 ล้านบาท พอร์ตบล.ซื้อ 82 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยบวกตามตลาดหุ้นเอเชีย และดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า ร่บขาวดีจากประธานาธิบดี “ทรัมป์” อาการดีขึ้นหลังติดเชื้อไวรัสโควิด-19

