ดาวโจนส์ปิดลบ 134 จุด ทรัมป์ติดโควิด สภาผู้แทนผ่านมาตรการ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์

ดาวโจนส์ปิดลบ 134 จุด ทรัมป์ติดโควิด สภาผู้แทนผ่านมาตรการ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐทั้งสามแห่งปรับตัวลง ราคาน้ำมันดิบร่วงแรงกว่า 4%  นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังการซื้อขายหุ้น การเลือกตั้งมีความไม่แน่นอนมากขึ้น การระบาดของไวรัสรอบใหม่และการเปิดเศรษฐกิจช้ากว่าเดิม สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์  หุ้นยุโรปบวกเล็กน้อย  ปารีสใช้มาตรการเฝ้าระวังสูงสุด  กรุงแมดริดของสเปนถูกล็อกดาวน์อีกครั้ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันที่ 2ตุลาคม 2563 ที่ 27,682.81 จุด ลดลง 134.09 จุด หรือ 0.48% หลังจากผลการตรวจหาเชื้อโควิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาเป็นบวก ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการระบาดที่รุนแรงมากขึ้น

ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,348.42 จุด ลดลง 32.38 จุด, -0.96%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,075.02 จุด ลดลง 251.49 จุด, -2.22%

ผลการตรวจของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้การเลือกตั้งมีความไม่แน่นอนมากขึ้น จากเดิมเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดอยู่แล้ว และทำให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายจากการประเมินผลการเลือกตั้ง รวมทั้งความวิตกมากขึ้นต่อการระบาดของไวรัสรอบใหม่และการเปิดเศรษฐกิจช้ากว่าเดิม

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำการปรับตัวลดลง โดยหุ้นแอปเปิล หุ้นแอมะซอน หุ้นไมโครซอฟต์ และหุ้นเฟซบุ๊กต่างลดลงกว่า 2.5% จากแรงกดดันของการประเมินว่าหากพรรคเดโมแครตกวาดที่นั่งในการเลือกตั้งก็จะมีการปรับอัตราภาษีขึ้นและใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าเดิม

ผลการตรวจโควิดที่เป็นบวกของประธานาธิบดีทรัมป์ยังกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 1.67 ดอลลาร์ หรือ 4.3% ปิดที่ 37.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 1.66 ดอลลาร์ หรือ 4.1% ปิดที่ 39.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนที่กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า เพิ่มขึ้นเพียง 661,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่า 800,000 ตำแหน่งที่นักวิเคราะห์คาด ส่วนอัตราการว่างงานเดือนกันยายนลดลงสู่ระดับ 7.9% ดีกว่า 8.2% ที่นักวิเคราะห์คาด

มหาวิทยาลัยมิชิแกนเผยผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นมาระดับ 80.4 ซึ่งสูงกว่า 79.0 ที่นักวิเคราะห์คาด

อย่างไรก็ตามทั้งสามดัชนีฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดของวัน หลังนางแนนซี เพโลซีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งสัญญานว่าการให้ความช่วยเหลือธุรกิจสายการบินจะสรุปได้ในเร็วๆนี้ และอาจจะเป็นส่วนใหญ่ของการออกกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ และได้ขอให้ธุรกิจการบินชะลอการปลดพนักงาน

หุ้นเดลตา แอร์ไลน์ เพิ่มขึ้น 2.09%, หุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ เพิ่มขึ้น 3.34% และหุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เพิ่มขึ้น 2.36%

เมื่อคืนวันพฤหัสบดี สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่นายสตีเว่น มนูชินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอมาตรการในวงเงิน 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามนางเพโลซีระบุว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ติดเชื้อโควิดมีผลต่อการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการ แต่สภาจะหาทางเพื่อให้มาตรการออกมา

ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่กลุ่มน้ำมันและก๊าซลดลง 0.4% แต่กลุ่มก่อสร้างและวัสดุเพิ่มขึ้น 1.5%

อย่างไรนักลงทุนยังกังวลการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ในหลายประเทศ โดยที่กรุงปารีสเตรียมที่จะประกาศมาตรการเฝ้าระวังสูงสุด ซึ่งอาจจะต้องปิดร้านอาหารและบาร์ รวมทั้งจำกัดความเคลื่อนไหวที่สาธารณะ ขณะที่กรุงแมดริดของสเปนถูกล็อกดาวน์อีกครั้ง และนักท่องเที่ยวต่างชาติในสเปนเดือนสิงหาคมลดลง 76% จากระยะเดียวกันของปีก่อน

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 362.69 จุด เพิ่มขึ้น 0.89 จุด, +0.25%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,902.12 จุด เพิ่มขึ้น 22.67 จุด, +0.39%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,824.88 จุด เพิ่มขึ้น 0.84 จุด, +0.02%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,689.04 จุด ลดลง 41.73 จุด, -0.33%