TOP กำไร 2,480 ลบ. Q2/63 พุ่งขึ้น 337%

TOP กำไร 2,480 ลบ. Q2/63 พุ่งขึ้น 337%

HoonSmart.com>>ไทยออยล์ดีอย่างที่คาด ไตรมาส 2/63  มีกำไร 2,480 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 1,913 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันปีก่อน  เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 มีกำไรขั้นต้นไม่รวมสต๊อกเพิ่มขึ้น  0.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วน 6 เดือนปีนี้ ขาดทุน 11,274 ล้านบาท ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน 

บริษัทไทยออยล์ (TOP) เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาสที่ 2/2563 มีกำไรสุทธิ 2,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,913 ล้านบาทหรือเติบโตถึง 337% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 567 ล้านบาท และพลิกจากไตรมาส 1/2563 ที่ขาดทุนสุทธิ -13,754 ล้านบาท โดยรวม 6 เดือนปีนี้ยังคงขาดทุนสุทธิ -11,274 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 4,975 ล้านบาทในระยะเดียวกันปีก่อน

ในไตรมาส 2/2563  เทียบกับไตรมาส 1/2563  กลุ่มไทยออยล์มีปริมาณวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตของกลุ่มลดลง และมีปริมาณการขายผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
ลดลง โดยมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันอยู่ที่ 2.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจาก Crude Premium ที่ปรับตัวลดลงอย่างมากจากสงครามราคาน้ำมันของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปก ในขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับน้ำมันดิบดูไบยังคงถูกกดดันอย่างหนักจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ส่วนในไตรมาส 2/2563  เทียบกับไตรมาส 2/2562  กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขายลดลง 42,590 ล้านบาท  สาเหตุหลักจากราคาขายและปริมาณการขายผลิตภัณฑ์รวมที่ลดลง และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันลดลง 1.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เหตุผลหลักมาจากค่าการกลั่นที่ถูกกดดันอย่างหนักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับน้ำมันดิบดูไบที่อ่อนตัวลง รวมทั้งส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้จากการผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่อ้างอิงราคาน้ำมันดีเซลกับน้ำมันเตาปรับลดลงค่อนข้างมากและปริมาณจำหน่ายน้ำมันยางสะอาดซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พิเศษปรับลดลง

ขณะที่มีกำไรขั้นต้นจากกลุ่มอะโรเมติกส์เพิ่มขึ้นจากส่วนต่างราคาสารเบนซีนและโทลูอีนกับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ปรับตัวดีขึ้น เมื่อรวมผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันจากระดับราคาน้ำมันที่ปรับลดลงทำให้มีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันลดลง 2.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี มีการกลับรายการมูลค่าสินค้าคงเหลือน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 2,267 ล้านบาท และขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่เกิดขึ้นจริงสุทธิ 45 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2562 มีการบันทึกค่าใช้จ่ายจากการรับรู้ประมาณการหนี้สินสำหรับผลประโยชน์พนักงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ จำนวน 384 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายจากการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผน 352 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มี EBITDA เพิ่มขึ้น 809 ล้านบาท นอกจากนี้ เมื่อรวมกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน 389 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1,451 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1,913 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปีนี้ กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขายลดลง 57,565 ล้านบาท สาเหตุหลักจากราคาขายผลิตภัณฑ์และปริมาณการขายผลิตภัณฑ์รวมที่ปรับลดลงจากผลกระทบของสงครามราคาน้ำมันและการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19