บล.กสิกรฯ คาดหุ้นแบงก์ดิ่ง 3-4% โยกเข้าพลังงาน-ไฟฟ้า-ปันผลสูง

บล.กสิกรฯ คาดหุ้นแบงก์ดิ่ง 3-4% โยกเข้าพลังงาน-ไฟฟ้า-ปันผลสูง

HoonSmrt.com>>บล.กสิกรไทยคาดคำสั่งธปท.ห้ามธนาคารพาณิชย์จ่ายเงินปันผลกลางปีนี้ ราคาหุ้นแบงก์ทรุด 3-4% กดดัชนีตลาดหลักทรัพย์ร่วงตาม 7-10 จุด นักลงทุนสลับไปเล่นพลังงาน แนะทยอยสะสม PTTEP, PTTGC, TOP, BGRIM นักวิเคราะห์เตือนอย่าตื่นทิ้ง ทิสโก้ กรุงไทย จ่ายปีละ 1 ครั้ง คาดเงินลงทุนโยกย้ายไปหาหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง แนะ BAM จ่ายเท่าปีก่อน 1 บาท เฉียด 4% 

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทยมีมุมมองเชิงลบต่อประเด็นธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สั่งธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2563 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงสภาพคล่องและผลกระทบจากโควิดระบาดที่อาจสูงกว่าที่ประเมินเบื้องต้น คาดราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงประมาณ 3-4% (ปันผลกลุ่มธนาคารประมาณ 6-8%ต่อปี) และคาดส่งผลต่อดัชนีหุ้นประมาณ 7-10 จุด ในเช้าวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.2563

นอกจากนี้ยังคาดว่าเห็นการเปลี่ยนกลุ่มเล่น เข้ากลุ่มพลังงาน, โรงไฟฟ้า แนะทยอยสะสม PTTEP, PTTGC, TOP, BGRIM

ด้านนักวิเคราะห์ กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารเกียรตินาคิน(KKP) และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป(TISCO) มีโอกาสสูงที่จะถูกขายออกมาหนัก เพราะให้ผลตอบแทนปันผลสูงมาก แต่นักลงทุนไม่ควรขาย TISCO และ KTB เพราะเรื่องงดปันผลกลางปี  ทั้งสองธนาคารจ่ายเงินปันผลปีละ 1 ครั้งตอนสิ้นปี

นอกจากนี้เงินที่เคยลงทุนในหุ้นธนาคารพาณิชย์ เพื่อรับผลตอบแทนเงินปันผลสูง จะต้องขายออก เพื่อหาหุ้นตัวใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี เช่น BAM คาดว่าปีนี้จะจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าหุ้นละ 1 บาทเท่ากับปี 2562 คิดเป็นผลตอบแทนเกือบ 4% ต่อปี

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารเห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป และยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ในระยะต่อไป

ธปท.จึงให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำแผนบริหารจัดการระดับเงินกองทุนสำหรับระยะ 1-3 ปีข้างหน้า ในระหว่างที่จัดทำแผนบริหารจัดการระดับเงินกองทุนใหม่นี้ ธปท.ขอให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานในปี 2563 รวมถึงงดการซื้อหุ้นคืน เพื่อรักษาระดับเงินกองทุนให้เข้มแข็งและรองรับการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวทางที่ธนาคารกลางหลายประเทศได้ดำเนินการแล้ว เพื่อรองรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19

สำหรับแผนที่จัดทำแผนบริหารจัดการระดับเงินกองทุน ขอให้ธนาคารพาณิชย์คำนึงถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต และศักยภาพของลูกหนี้ในการทำธุรกิจภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 คลี่คลาย

ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูล พบว่า ปัจจุบันมีเพียง ธนาคารในยุโรปที่ถูกห้ามจ่ายเงินปันผล  สหรัฐอเมริกาไม่ได้ห้าม ส่วนมาเลเซียและออสเตรเลีย ไม่ห้าม แต่ขอความร่วมมือ  และมีเพียงสิงคโปร์ที่ห้ามเปิดโครงการซื้อหุ้นคืน

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เพิ่งปิดโครงการซื้อหุ้นคืนไป เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2563 ซื้อได้ครบจำนวนตามที่ต้องการ  23,932,601 หุ้น คิดเป็น 1% ของทุนชำระแล้ว ใช้เงินไปทั้งสิ้น 3,207.97 ล้านบาท น้อยกว่าที่บอร์ดอนุมัติวงเงิน 4,600 ล้านบาท ในการซื้อหุ้นคืนจากตลาดหลักทรัพย์วันที่ 14-27 ก.พ. 2563 เช่นเดียวกับบริษัท ทุนธนชาต(TCAP) เพิ่งปิดโครงการซื้อหุ้นคืน หลังจากซื้อตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.-27เม.ย.2563 ได้ครบจำนวน 97.045 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.33% มูลค่ารวม 4,857.89 ล้านบาท ใช้เงินน้อยกว่าที่บอร์ดอนุมัติวงเงิน 6,000 ล้านบาท ก่อนหน้านี้บอร์ดธนาคารไทยพาณิชย์(SCB) อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนและได้ยกเลิกไปแล้ว