LH กำไร 1,344 ลบ. ร่วง 26% กำลังซื้อลด ต้นทุนเพิ่ม

LH กำไร 1,344 ลบ. ร่วง 26% กำลังซื้อลด ต้นทุนเพิ่ม

HoonSmart.com>> “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” ไตรมาส 1/63 กำไรสุทธิ 1,344 ล้านบาท ลดลง 26% จากงวดปีก่อน พิษโควิด-19 ฉุดกำลังซื้อ แบกต้นทุนเพิ่มขึ้น ขาดทุนค่าเงินกว่า 189 ล้านบาท ด้านนักท่องเที่ยวหายฉุดรายได้โรงแรมร่วง บล.กสิกรไทย ชี้กำไรลดน้อยกว่าคาด คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 8.50 บาท

บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) เปิดเผยผลดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2563 กำไรสุทธิ 1,343.99 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.11 บาท ลดลง 481.81 ล้านบาท หรือ 26.39% จากงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 1,825.80 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.15 บาท

ในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายเท่ากับ 5,048.29 ล้านบาท ในขณะที่งวดเดียวกันของปี ก่อนมีจำนวน 5,698.25 ล้านบาท ลดลง 649.96 ล้านบาท หรือลดลง 11.41% และมีอัตรากำไรขั้้นต้นจากการขายเท่ากับ 29.51% จาดงวดปีก่อนอยู่ที่ 32.31% ลดลง 2.80% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น ในขณะที่ราคาขายไม่ได้มีการปรับขึ้นอันเนื่องจากมาจากสถานการณ์โควิดที่ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง

นอกจากนี้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการมีจำนวน 986.88 ล้านบาท ลดลง 263.61 ล้านบาท หรือ 21.08% จากงวดปีก่อน จากโควิด-19 ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ทำให้รายได้ของกิจการโรงแรมลดลง

ด้านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 121.56 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ลดลงจากสถานการณ์โควิด-19

บริษัทยังมีค่าใช้จ่ายทางการเงินจำนวน 181.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.38 ล้านบาทและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (ตราสารอนุพันธ์) จำนวน 188.84 ล้านบาทจากค่าเงินบาทที่ลดลง และการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีตราสารอนุพันธ์

คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563 ในวันที่ 19 มิ.ย.2563

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย คงคำแนะนำ “ซื้อ” LH ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 8.50 บาท หลัรายงานกำไรไตรมาส 1/63 ลดลง 26.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อนและ 67.6% จากไตรมาสก่อนหน้า นับว่าต่ำกว่าที่บล.กสิกรไทยคาด 9.4% แต่สูงกว่าที่ตลาดคาด 18.8%

สาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรลดลงคือรายได้และอัตรากำไรที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ สถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยฉุดกำไรลงทั้งในเชิงจากงวดเดียวกันของปีก่อนและจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่มาตรฐานบัญชีใหม่ก่อให้เกิดรายการพิเศษขนาดใหญ่ 2-3 รายการในไตรมาส 1/63