HoonSmart.com >> ตลาดหุ้นโตเกียว-เอเชีย ติดลบ รอผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยี จับตาธนาคารกลางประชุม

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ ( 26 ตุลาคม 2569) ปรับตัวลงเล็กน้อย โดยได้รับแรงกดดันจากความเคลื่อนไหวในเชิงลบของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน การปรับสถานะการลงทุนเพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ได้ช่วยพยุงตลาดเอาไว้
ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลดลง 78.16 จุด หรือ 0.12% จากระดับปิดเมื่อวันศุกร์ มาอยู่ที่ 62,615.00 จุด ส่วนดัชนี Topix ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.47 จุด หรือ 0.42% มาอยู่ที่ 3,982.28 จุด
ในตลาดกลุ่ม Prime Market หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มการค้าส่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นได้ดีที่สุด ในขณะที่หุ้นกลุ่มบริการและกลุ่มค้าปลีกเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลง
ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่นเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 156.83-84 เยน เทียบกับระดับ 156.77-87 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 156.95-97 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์ที่ผ่านมา
ณ เวลา 9.38 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 62,306.48 จุด ลดลง 386.68 จุด, -0.62%
ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกปรับตัวลงแทบทั้งภูมิภาคท่ามกลางการซื้อขายอย่างระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนเตรียมพร้อมรับผลประกอบการเพิ่มเติมจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และมติจากธนาคารกลางหลายประเทศ
ดัชนี MSCI Asia Pacific ลดลง 0.2% ขณะที่ดัชนีล่วงหน้าของตลาดหุ้นสหรัฐฯ (SPX) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากภาวะขาลงในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญกับช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการใช้จ่ายในด้านที่เกี่ยวข้องกับ AI
สำหรับนักลงทุน สัปดาห์นี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและความคาดหวังที่มีต่ออัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ผลประกอบการจากบริษัทอย่าง Microsoft, Alphabet และ Amazon จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้นสร้างผลตอบแทนได้เพียงพอหรือไม่
นอกจากนี้ การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่น อาจส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมและมูลค่าหุ้น ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดและธนาคารกลางในยูโรโซนและญี่ปุ่นน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม โดยเลือกที่จะรอจังหวะก่อนที่จะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในเอเชียถูกจับตาอย่างใกล้ชิด โดยมีบริษัทประมาณ 550 แห่งในดัชนี MSCI Asia Pacific ที่กำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix และ Samsung Electronics
ทั้งนี้ Goldman Sachs ได้ปรับลดเป้าหมายดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ในอีก 12 เดือนข้างหน้าลง 25% โดยอ้างถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการลงทุนใน AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ด้านตลาดพลังงาน สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ปรับตัวลดลงประมาณ 1% มาอยู่ที่ 115.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ก่อนหน้านี้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่ในระดับสูง หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ อาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงเฝ้าระวังภัยคุกคามจากกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งและอุปทานพลังงานในภูมิภาคได้
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,670.397 จุด ลดลง 20.078 จุด, -0.54%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 23,077.71 จุด ลดลง 14.39 จุด, -0.06%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5.474.88 จุด ลดลง 75.42 จุด, -1.36%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 46,041.43 จุด ลดลง 846.34 จุด, -1.81%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 2.14 ดอลลาร์หรือ 2.07% ซื้อขายที่
101.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 2.1 ดอลลาร์หรือ 1,8% ซื้อขายที่ 114.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

