HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ ร่วงเกือบ 2% ต่อเนื่องจากจากวันก่อนหน้า หุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มการเงินปรับตัวลดลง “ตลาดหุ้นเอเชีย” ลบ กังวลความต้องการเงินทุนมหาศาลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) นักลงทุนโยกเงินทุนจากหุ้นเทค ออกไปลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาลและสกุลเงินปลอดภัย
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (23 ตุลาคม 2569) ปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยเป็นการร่วงลงต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้า หลังจากได้รับสัญญาณที่ผสมผสานจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา หุ้นส่วนใหญ่ในเกือบทุกกลุ่มต่างอ่อนตัวลง นำโดยหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงิน
ณ เวลา 9.40 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 61,685.76 จุด ลดลง 1,222.08 จุด, -1.94%
ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกทั้งภูมิภาคร่วงลงจากความกังวลเกี่ยวกับความต้องการเงินทุนมหาศาลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากนักลงทุนโยกย้ายเงินทุนออกหันไปลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาลและสกุลเงินปลอดภัย
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญของกลุ่มธุรกิจ AI ปรับลดลง มีแนวโน้มปิดตลาดที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน เนื่องจากหุ้นยักษ์ใหญ่ในกลุ่มชิปอย่าง Samsung Electronics Co. ปรับตัวลง
นอกจากนี้ SK Hynix ผู้ผลิตชิปจากเกาหลีใต้ตัดสินใจยกเลิกแผนการนำ Solidigm ซึ่งเป็นบริษัทลูกในสหรัฐฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เนื่องจากเผชิญกับการคัดค้านจากกลุ่มผู้ถือหุ้น
ดัชนีหุ้นเอเชียแปซิฟิกของ MSCI Inc. ลดลง 0.7% อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดือนกรกฎาคม
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงรักษาช่วงบวกจากวันก่อนหน้าไว้ได้ หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าสองปี โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งปรับตัวลดลง 17 จุดเมื่อวันพฤหัสบดี เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 4.97% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลของญี่ปุ่นและออสเตรเลียต่างปรับตัวในทิศทางเดียวกันและมีราคาเพิ่มขึ้น
เงินเยน ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาวิกฤตมาโดยตลอด มีความแข็งค่าโดดเด่นกว่าสกุลเงินหลักอื่น ๆ ทั้งหมด โดยปรับตัวขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 156.65 เยนต่อดอลลาร์ ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั้ง 10 สกุล (กลุ่ม G10)
บรรยากาศการลงทุนยังได้รับผลจากจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานโลก ปรับตัวสูงขึ้นอีก 0.4% มาอยู่ที่ 113.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่พุ่งขึ้นถึง 4% ในวันก่อนหน้า โดยราคาน้ำมันได้แรงหนุนจากการโจมตีที่ก่อให้เกิดความสูญเสียในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันในตลาด
นอกจากนี้ ตลาดยังลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลงอย่างมาก โดยตัดความเป็นไปได้ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเกือบ 0.25%ในปีหน้าออกไป ท่ามกลางความกังวลว่าฟองสบู่ AI ที่แตกอาจทำให้การลงทุนในศูนย์ข้อมูลหยุดชะงักและบั่นทอนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ความน่าจะเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมลดลงเหลือ 85%
ในเอเชีย หุ้นจีนกำลังเป็นที่จับตา หลังจากมูลค่าตลาดปรับตัวลดลงถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หุ้น Alibaba ร่วงลงหนักที่สุดในรอบสองเดือน ฉุดให้ดัชนี Hang Seng Tech ปรับตัวลดลงถึง 5% ซึ่งเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025
โฮมิน ลี นักกลยุทธ์มหภาคอาวุโสจาก Lombard Odier ในสิงคโปร์ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหุ้นจีนทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงอยู่ในระดับที่ย่ำแย่มาก และหากไม่มีนโยบายใหม่หรือปัจจัยกระตุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี สภาวะตลาดที่ผันผวนและไร้ทิศทางเช่นนี้อาจต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2027
ตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันปิดทำการในวันศุกร์นี้ (23 ต.ค.) จากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,591.114 จุด ลดลง 66.911 จุด, -1.83%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 22,917.77 จุด ลดลง 16.91 จุด, -0.07%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5.398.06 จุด ลดลง 135.71 จุด, -2.45%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.89 ดอลลาร์หรือ 0.89% ซื้อขายที่ 100.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 0.85 ดอลลลาร์หรือ 0.75% ซื้อขายที่ 114.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

