คอลัมน์ ลูกคิดการเงิน “คิดให้ไกล ใช้ให้พอ” : ลดภาษี 100,000 บาท…เงินกลับเข้ากระเป๋าเราจริงเท่าไร?

โดย… อรพรรณ บัวประชุม CFP®, BBLAM
 

พอใกล้ปลายปี เอ๋มักได้ยินคำถามประมาณนี้

“ปีนี้ ยังเหลือสิทธิลดภาษีอีกเท่าไร?”
“ซื้อกองทุนเพิ่มอีก 100,000 บาทดีไหม?”
 

แต่ก่อนจะรีบซื้อ เอ๋อยากชวนหยุดตรงคำว่า “ลด 100,000 บาท” สักนิด

เพราะถ้าเราลงทุน 100,000 บาท และเงินก้อนนั้น ใช้สิทธิลดหย่อนได้ 100,000 บาท ไม่ได้แปลว่า เราจะประหยัดภาษี 100,000 บาท

เงินที่ใช้ลดหย่อน คือ เงินที่นำไปหักออกก่อนคำนวณภาษี ไม่ใช่จำนวนภาษีที่ได้คืนทั้งก้อน

 
ลองคิดง่ายๆ

ถ้าเงินลดหย่อน 100,000 บาทก้อนนั้น ไปลดเงินได้ในช่วงอัตราภาษี 10% ภาษีที่ประหยัดได้ก็ประมาณ 10,000 บาท ถ้ากระทบช่วงอัตรา 20% ก็ประมาณ 20,000 บาท

แต่ชีวิตจริง อาจไม่ตรงเป๊ะแบบนี้ เพราะเงินลดหย่อนอาจคร่อมมากกว่าหนึ่งขั้นภาษี จึงควรคำนวณจากตัวเลขของเราเอง

เงินที่ใช้สิทธิเท่ากัน ไม่ได้แปลว่า จะประหยัดภาษีได้เท่ากัน

วงเงินสูงสุด ไม่ได้แปลว่า ต้องใช้ให้เต็ม
 

อีกเรื่องที่ชวนสับสน คือ x ตัวเลข 500,000 บาท หรือ 300,000 บาท x ที่เห็นบ่อยช่วงปลายปี ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพดานสิทธิลดหย่อนตามเงื่อนไข ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนควรลงทุนให้เต็ม

สำหรับ RMF ใช้สิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน x30% ของเงินได้พึงประเมินx แต่ RMF ไม่ได้มีวงเงิน 500,000 บาทแยกไว้คนเดียว

ถ้าเรามีเงินออมเพื่อเกษียณอื่นอยู่แล้ว เช่น xเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพผ่านบริษัท หรือสิทธิเพิ่มเติมของเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญx ก็ต้องนำมานับรวมกับ RMF ด้วย โดยสิทธิลดหย่อนของเงินออมเพื่อเกษียณกลุ่มนี้ รวมกันไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

ตรงประกันบำนาญ ขอแยกให้ออกนิดหนึ่ง

เบี้ยส่วนที่ใช้ สิทธิเพิ่มเติมสำหรับประกันบำนาญ ลดหย่อนได้ตามเกณฑ์ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน และสูงสุด 200,000 บาท ส่วนนี้จึงนำไปรวมในเพดาน 500,000 บาทของกลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณ

แต่เบี้ยประกันบำนาญส่วนที่ใช้สิทธิอยู่ใน วงเงินประกันชีวิตทั่วไป 100,000 บาท ไม่ได้นำมารวมในเพดาน 500,000 บาทนี้

ส่วน Thai ESG สำหรับการซื้อในปี 2569 ใช้สิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 300,000 บาท และเป็นวงเงินแยกจากเพดาน 500,000 บาทของกลุ่มการออมเพื่อเกษียณ โดยเกณฑ์พิเศษนี้ใช้กับการซื้อ xถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

พูดง่ายๆ คือ อย่าเพิ่งเห็นคำว่า “RMF 500,000 บาท” แล้วคิดว่า เรายังใช้สิทธิได้เต็มจำนวน เพราะถ้ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือใช้สิทธิเพิ่มเติมจากประกันบำนาญอยู่แล้ว สิทธิ RMF ที่เหลือจริงอาจน้อยกว่านั้น

ก่อนใช้เงินจริง เอ๋อยากให้ลองดู 3 เรื่อง

เรามีสิทธิเหลือเท่าไร
ถ้าใช้สิทธินั้น เราประหยัดภาษีจริงเท่าไร
และเงินก้อนนี้ เป็นเงินที่เราพร้อมนำไปลงทุนตามเงื่อนไขหรือเปล่า

เพราะมีตัวเลข 3 ตัวที่ไม่ควรจำสลับกัน

เงินที่เราลงทุน
เงินที่ใช้สิทธิลดหย่อนได้
ภาษีที่เราประหยัดจริง

สามตัวนี้อาจไม่เท่ากันเลย

เป้าหมายจึงไม่ควรเป็น “ลดภาษีให้ได้มากที่สุด” แต่ควรเป็นการจัดการภาษีให้เหมาะกับเรา และถ้าจะลงทุนด้วย ก็ให้เงินก้อนนั้นได้ทำหน้าที่ต่อไปนานกว่าวันที่เรายื่นภาษี

ภาษีที่ประหยัดได้ เป็นเรื่องของปีนี้
แต่เงินที่ลงทุนไป จะอยู่กับเราไปอีกหลายปี

เดือนหน้า เอ๋จะชวนคุยต่อว่า RMF กับ Thai ESG เลือกต่างกันอย่างไร และก่อนตัดสินใจ เราควรถามอะไรกับเงินก้อนนี้บ้าง

คิดให้ไกล ใช้ให้พอ

 
 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–