HoonSmart.com>> “อัสสเดช” เอ็มดีตลาดหลักทรัพย์ ชี้แจงข้อสงสัย กรณีธุรกรรมโบรกหนึ่ง ปล่อยบัญชีบริษัทให้ต่างชาติเทรด ยันสามารถทำได้ เป็นธุรกรรมหนึ่งที่ต่างชาติทำกัน เรียกว่า TRS กำหนด 28 ต.ค.นี้หาข้อยุติแยกธุรกรรมชัดเจนว่าเข้าข่ายเป็นการซื้อขายประเภทพอร์ตโบรกเกอร์ หรือการซื้อขายต่างชาติ
การให้นักลงทุนต่างชาติใช้บัญโบรกเกอร์ซื้อขายหุ้น โดยผู้จ่ายเงินคือโบรกเกอร์ แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ บันทึกยอดซื้อขายหุ้นเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดคิดว่า นักลงทุนต่างชาติ มีการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยจำนวนมาก กำลังกลายเป็นสมรภูมิถกเถียงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ ระหว่างความต้องการความแม่นยำของข้อมูล ความเท่าเทียมในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ และกลไกกำกับดูแลพฤติกรรมเสี่ยงในตลาด
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ในโลกการเงินระดับสากล ธุรกรรมการซื้อขายหุ้นตามสัญญาสวอปผลตอบแทนรวม หรือ สัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนรวม (Total Return Swap :TRS) ของนักลงทุนต่างชาติ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันคือกลไกทางการเงินสากล ที่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนของสินทรัพย์ในตลาดไทยผ่านสัญญาซื้อขายหรือสัญญาแลกเปลี่ยนนอกตลาดหลักทรัพย์ หรือการซื้อขายผ่านตลาดต่อรอง (Over-the-Counter :OTC) นอกตลาดแบบที่ไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายโดยตรง (Back-to-Back) คือ เมื่อนักลงทุนต่างชาติส่งคำสั่งมายังบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ในไทย เพื่อปิดความเสี่ยง (Hedging) โบรกเกอร์จะเข้าซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในนามพอร์ตของตนเองแบบ 100% โดยผลกำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจะถูกส่งต่อไปยังนักลงทุนต่างชาติผู้เป็นเจ้าของคำสั่งซื้อขายและเป็นผู้รับความเสี่ยงที่แท้จริง”
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่สร้างความสับสนให้บริษัทหลักทรัพย์ หรือ โบรกเกอร์ นักลงทุน สื่อมวลชน ในขณะนี้คือ ธุรกรรมที่คำสั่งซื้อขายต้นทางมาจากต่างชาติ ปลายทางคือพอร์ตโบรกเกอร์ ควรถูกบันทึกในบัญชีนักลงทุนต่างชาติ (Foreign :F)” หรือบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (Proprietary Trading :P) กันแน่? และสำคัญอย่างยิ่งโบรกเกอร์คือผู้จ่ายค่าซื้อ…!!!
ในงานสรุปภาวะตลาดหุ้นไทย เดือนกันยายน 2569 สื่อกระแสหลักและสื่อออนไลน์เข้าร่วมงานแถลงอย่างล้นหลามกว่าทุกครั้ง คำถามประเด็นการบันทึกข้อมูล TRS ผ่านบัญชีโบรกเกอร์ เป็นการซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศเป็นไปด้วยความสงสัย
โดยทุกคำถามเจาะจงไปที่ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ตอบทุกคำถามอย่างละเอียด
เหตุผลที่บัญทึกบัญชีเทรดโบรกเกอร์บางส่วนเป็นของนักลงทุนต่างชาติ?
นายอัสสเดช: มันเป็นเรื่องของมุมมองทางโครงสร้างครับ ในมุมหนึ่งความต้องการซื้อขายหุ้น และความเสี่ยงทั้งหมดอยู่ที่นักลงทุนต่างชาติ จึงมีเหตุผลที่จะมองว่าเป็น Foreign (F) แต่อีกมุมหนึ่ง ผู้ที่ทำธุรกรรมซื้อขายจริงในตลาดคือบริษัทหลักทรัพย์ จึงมีสถานะเป็น Proprietary Trading (P)
เมื่อมีการหารือร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์และสมาชิก ส่วนใหญ่เห็นพ้องตรงกันว่าการบันทึกเป็น P น่าจะมีความเหมาะสมและถูกต้องตามกลไกการทำธุรกรรมในตลาดมากกว่า อย่างไรก็ตาม เราทราบดีว่าจะต้องมีการอธิบายรายละเอียดให้นักลงทุนเข้าใจอย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
การให้ลูกค้าต่างชาติใช้บัญชีโบรกเกอร์ซื้อขายแทน เป็นการซ่อนตัวตนที่แท้จริง?
นายอัสสเดช: สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ความสำคัญสูงสุดคือ พฤติกรรมในการซื้อขาย หากเอาธุรกรรมนี้ไปปะปนอยู่ในพอร์ต Prop Trade ปกติ เราจะแยกแยะและตรวจสอบพฤติกรรมยากมาก
ดังนั้น เราจึงกำหนดให้โบรกเกอร์ต้อง “แยกบัญชีเฉพาะ” ออกมาต่างหาก เช่น การแบ่งเป็น Tier อย่าง P1, P2, P3 เพื่อให้บริการสำหรับลูกค้ารายนั้นๆ โดยเฉพาะ การแยกบัญชีนี้ทำให้ผู้กำกับดูแลมองเห็นทะลุไปถึงตัวตนและพฤติกรรมต้นทางได้อย่างชัดเจน หากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกิดขึ้น เราจะสามารถกำกับดูแลได้ทันที
ช่องทางเทรดผ่านบัญชีโบรกเกอร์สามารถเลี่ยงเกณฑ์การขายชอร์ต?
นายอัสสเดช: การหลบเลี่ยงเกณฑ์ Uptick Rule เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ถูกต้องอยู่แล้วครับ และประเด็นนี้เองที่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่เรานำมาใช้ในการสั่งแยกบัญชีเฉพาะ เช่น บัญชี T2 การแยกบัญชีอย่างชัดเจนจะทำให้ระบบสามารถตรวจสอบและบังคับใช้เกณฑ์ Uptick Rule ได้อย่างครอบคลุมโดยไม่มีช่องโหว่ให้หลบเลี่ยง
การบันทึกเป็นของ Proprietary Trade ทั้งที่เงินต้นทางเป็นของนักลงทุนต่างชาติทำให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ?
นายอัสสเดช: ประเด็น Clean Data และความเสี่ยงเรื่อง Leverage เป็นเรื่องที่เรากำลังเปิดหารือร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์และสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างใกล้ชิดใน Ecosystem ทั้งหมด
ในเรื่องข้อมูล เรากำลังคิดหาวิธีการเปิดเผยข้อมูลที่สามารถสะท้อนภาพได้ทั้งสองมิติ (Both F and P/T) เพื่อให้นักลงทุนได้ข้อมูลที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุดต่อการตัดสินใจลงทุน ไม่ตัดสินใจบนข้อมูลที่เบี่ยงเบน ส่วนเรื่องการควบคุมปริมาณสัญญานอกตลาดเพื่อป้องกันภาวะ Over-Leverage ก็เป็นโจทย์สำคัญในก้าวถัดไปที่ต้องร่วมกันพิจารณา
ผลกระทบตัวเลขเงินลงทุนกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ หรือ Net Fund Flow?
นายอัสสเดช: จากการคำนวณเบื้องต้นของทีมงาน การเปลี่ยนเกณฑ์และการปรับข้อมูลย้อนหลังกลับไปจนถึงต้นปีพบว่า Net Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติเปลี่ยนแปลงน้อยมาก และยังคงมีสถานะเป็นบวกอยู่
แม้การคำนวณย้อนหลังอย่างละเอียดตามสภาวะราคาซื้อและขายจริงในแต่ละช่วงเวลาอาจมีผลกระทบต่อตัวเลขบ้างเล็กน้อย แต่ในเชิงภาพรวม ตัวเลข Net Sell/Net Buy ไม่ได้ผันผวนจนเปลี่ยนทิศทางอย่างมีนัยสำคัญ
การใช้บันทึกยอดซื้อขายของนักลงทุนต่างชาตืผ่านบัญชีโบรเกอร์ ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างโบรกเกอร์ด้วยกันเอง?
นายอัสสเดช: เกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถูกออกแบบมาบนมาตรฐานเดียวเพื่อสร้างความเท่าเทียมและปกป้องนักลงทุนทุกกลุ่ม เราไม่มีเกณฑ์แยกย่อยสำหรับโบรกเกอร์เล็กหรือโบรกเกอร์ใหญ่ เพราะนั่นไม่ใช่แนวปฏิบัติสากล การกำกับดูแลต้องยึดชุดเกณฑ์เดียวที่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการทุกรายอย่างเท่าเทียม
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ?
นายอัสสเดช: กระแสเงินทุนที่ไหลออกในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะการพุ่งสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่เกินระดับ 5% ซึ่งส่งผลกดดันต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทั่วโลกและภูมิภาคเอเชีย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องการในระยะยาวคือนักลงทุนที่เข้ามาซื้อแล้วถือตามปัจจัยพื้นฐาน จากการเดินทางไป Roadshow ร่วมกับท่านนายกรัฐมนตรีที่นิวยอร์กและทั่วโลก พบว่าผู้บริหารระดับสูงและ CEO ของกองทุนสากลขนาดใหญ่—บางแห่งมีขนาดสินทรัพย์ใหญ่กว่า GDP ของประเทศไทยถึง 2-3 เท่า—ให้ความสนใจเข้ามาพูดคุยและสอบถามถึงทิศทางเชิงนโยบายอย่างมาก
เขายังคงมองเห็นศักยภาพการเติบโตระยะยาวของเศรษฐกิจไทย แต่โจทย์สำคัญที่สุดหลังจากนี้คือ ประเทศไทยต้องขับเคลื่อนให้นโยบายเหล่านั้นเกิดขึ้นได้จริง เงินลงทุนผ่าน BOI ต้องเป็นเงินที่ไหลเข้ามาจริง สร้าง Supply Chain และพัฒนาบุคลากรในประเทศได้อย่างแท้จริง นั่นคือหัวใจสำคัญที่จะดึงดูดเงิยลงทุนในระยะยาวกลับเข้ามาได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการ คือ คำนวณข้อมูลย้อนหลัง จัดทำระบบปรับปรุงตัวเลข และประสานงานร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อเตรียมเปิดเผยข้อมูลชุดสมบูรณ์และออกแถลงการณ์ร่วมกันเป็นแนวเดียวกันภายในสิ้นเดือนนี้
“แม้คำถามเรื่องนิยามการจัดประเภทตัวเลขจะยังมีข้อถกเถียงในหลากมุมมอง แต่ปลายทางของการปรับปรุงครั้งนี้คือการทำให้ตลาดทุนไทยมีความโปร่งใส มีความแม่นยำในการตัดสินใจลงทุน และดำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นในระดับสากลอย่างยั่งยืน”นายอัสสเดช กล่าว
