HoonSmart.com>ข่าวดี! สหรัฐฯประกาศตัวเลขการจ้างงานเดือนก.ย.ต่ำกว่าคาด ช่วยลดคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค.นี้ หนุนหุ้นสหรัฐฯเพิ่มขึ้นและจะส่งผลดีต่อหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นที่อ่อนไหวต่อการขึ้นดอกเบี้ย เช่น อสังหาริมทรัพย์,โรงไฟฟ้าและกลุ่มการเงิน อาทิ AEONTS,SAWAD ที่เจอแรงกกดันมานาน จนราคาลงต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี (PBV) อยู่ที่ 0.79 และ 0.90 เท่าตามลำดับ ขณะที่นักวิเคราะห์ชู TIDLOR,MTC เป็น Top Pick

“AEONTS,SAWAD,TIDLOR,MTC ราคาไหลลงมาเยอะ ต่ำกว่าราคาปิดสิ้นปี 2568 ขณะที่ตลาดหุ้นโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 24%ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์มอง TIDLOR,MTC มีจุดเด่นเติบโตในธุรกิจที่เป็นผู้นำ และยังควบคุม NPLs ได้ดี”
นักวิเคราะห์ทั้ง 16 ราย มีมติเป็นเอกฉันท์แนะนำให้ซื้อ TIDLOR โดยบล.กสิกรไทยมองTIDLOR รักษาโมเมนตัมการเติบโตสองหลัก และสินเชื่อจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ผู้บริหารคาดปีนี้เติบโต 5-10% จึงมีการปรับเพิ่มประมาณการสินเชื่อเป็นโต 6% จากเดิม 3% และcredit cost ที่ลดลง เพิ่ม upside กำไร
“เราให้ซื้อ TIDLOR ราคาเป้าหมาย 24.40 บาท กลางปี 2570 จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้ขึ้น 2% เป็น 6,163 ล้านบาท ปี 2570 เพิ่ม 5% ที่ 6,638 ล้านบาท ปี 2571 เพิ่ม 3% เป็น 7,300 ล้านบาท แม้ว่ากำไรปกติครึ่งหลังปีนี้คาดอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท อ่อนตัวลง 4% จากครึ่งปีแรก แต่เพิ่มขึ้น 25% เทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ยังมีการปรับเพิ่มสมมุติฐาน ROE ระยะยาวที่ยั่งยืนเป็น 16% จาก 15.2% ประเมินมูลค่ายังดูไม่แพง เทียบกับ ROE และการเติบโตของกำไรที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปีนี้และปีหน้าที่ 4.41% และ 4.75% ตามลำดับ”บล.กสิกรไทยแนะนำ
สำหรับ MTC บล.กรุงศรีออกบทวิเคราะห์ คงแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 2570ที่ 44 บาท เพราะคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ คาดกำไรสุทธิปีนี้และปีหน้ามีโอกาสเกิด upside จากค่าใช้จ่ายสeรอง(credit cost) ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่PBV ที่ 1.3-1.4 เท่าเทียบเท่า -1.75SDคาดราคาหุ้นสะท้อนความเสี่ยงเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ไปมาก
ในวันศุกร์ที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา (ตามเวลาสหรัฐฯ) กระทรวงแรงงาน รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งต่ำกว่า 90,000 ตำแหน่งตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์อย่างมาก อีกทั้งยังมีการปรับลดตัวเลขของ 2 เดือนก่อนหน้าลงอย่างมาก
ส่วนอัตราการว่างงานปรับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 4.2% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.1%
ข้อมูลที่ออกมาต่ำกว่าคาดส่งผลให้นักลงทุนลดคาดการณ์ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมช่วงปลายเดือนต.ค.ลง ข้อมูล CME FedWatch บ่งชี้ว่านักลงทุนมองโอกาสลดลงเหลือ 22.7% จาก 24.4% ในวันก่อนหน้า และ 64.2% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น
อ่านข่าวอื่นๆ :
ต่างชาติขายช็อตหุ้นไทย 2.6 หมื่นล้านบ. บล.บัวหลวงแนะช้อนซื้อหุ้นกลุ่ม Tier 2
