HoonSmart.com>>ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ไว้ที่ระดับ “A+” สะท้อนสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัท
ทริสเรทติ้งระบุว่า ไทยยูเนี่ยนเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปชั้นนำของโลก โดยมีพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมในหลายภูมิภาค นอกจากนี้ บริษัทยังมีฐานการผลิตทั่วโลกใน 14 ประเทศ และมีพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัทตลอดวัฏจักรธุรกิจ
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไทยยูเนี่ยนมียอดขาย 65,899 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.2% เพิ่มขึ้นจากระดับ 18-19% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สภาพคล่องของบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอ โดย ณ เดือนมิ.ย. 2569 บริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นจำนวน 14,500 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้จำนวน 26,000 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 1.2 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2.0 เท่าตามข้อกำหนดสิทธิหุ้นกู้
ทริสฯได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของไทยยูเนี่ยนเป็น “Negative” จากเดิม “Stable” สะท้อนแรงกดดันต่ออัตราส่วนทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอันดับเครดิตและความคืบหน้าในการปรับลดภาระหนี้
นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าวว่า การที่ไทยยูเนี่ยนได้รับการคงอันดับเครดิตที่ระดับ A+ สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจ การมีเครือข่ายการดำเนินงานทั่วโลก ตลอดจนความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทฯตระหนักถึงประเด็นด้านระดับหนี้สินที่ทริสฯระบุ และมุ่งมั่นยกระดับฐานะทางการเงินของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มกระแสเงินสด การบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย และการปรับลดระดับหนี้สิน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุล เพื่อส่งมอบผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับอัตราส่วนทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอันดับเครดิต
