HoonSmart.com>>ก.ล.ต. ปรับโครงสร้างเกณฑ์อนุมัติ IPO ลดระยะเวลาพิจารณาอนุมัติ เหลือ 70-100 วัน เพิ่มความยืดหยุ่นด้วยแนวทางเปิดเผยข้อมูล ดึงดูดธุรกิจนวัตกรรม-บริษัทต่างชาติเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นไทย 3 บริษัทนำร่อง Sandbox ต.ค.-ธ.ค.ปี’69
น.ส.สุชา บุณยเนตร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่าง ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการปรับโครงสร้างกฎเกณฑ์เพื่อดึงดูดธุรกิจนวัตกรรมและเศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) เข้าสู่ตลาดทุนไทย ด้วยการยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการอนุมัติเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ให้มีความรวดเร็วและกระชับยิ่งขึ้น
“เราทำการทบทวนระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 165 วัน โดยผลการปฏิบัติงานจริงในอดีตมีระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 147 วัน ต้องการให้เร็วขึ้น โดย Best Case 70 วัน และไม่เกิน 100 วัน ซึ่งขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”น.ส.สุชา กล่าว
น.ส.สุชา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หลังได้รับอนุมัติ IPO แล้ว บริษัทมีสิทธิเสนอขาย IPO ใน 6 เดือน และต่อได้อีก 6 เดือน ถ้าข้อมูลไม่มีประเด็นเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ก.ล.ต.จะทำการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานโดยย้ายขั้นตอนการหารือประเด็นสำคัญ เช่น โครงสร้างการถือหุ้น รายการระหว่างกัน และรายงานทางการเงิน มาพิจารณาร่วมกันตั้งแต่ก่อนการยื่นคำขอไฟลิ่งอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งตั้งกลไกกำหนดกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น โดยยังคงมาตรฐานการกลั่นกรองและคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้นำระบบทดสอบการดำเนินงาน (Sandbox) มาใช้ในการปฏิรูปกระบวนการพิจารณาอนุญาต IPO ร่วมกับบริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 3 แห่ง ในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ก่อนจะนำผลการประเมินมาปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้มีผลบังคับใช้อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ยังได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการและที่ปรึกษาทางกฎหมาย ตั้งคณะกรรมการจัดทำแนวทางปฏิบัติ (Guidance) สำหรับการตรวจสอบทานธุรกิจ (Due Diligence) ให้มีความชัดเจนและมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้
นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจนวัตกรรม คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้เห็นชอบการปรับปรุงข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยลดข้อจำกัดด้านมูลค่า capitalization และผลการดำเนินงานในอดีต (Track Record) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 กันยายน 2569
ควบคู่ไปกับการผลักดันโครงการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อดึงดูดบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและธุรกิจต่างชาติ (Foreign Listing) ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
รวมถึง เพิ่มความคล่องตัวให้สอดรับกับสภาวะธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก.ล.ต. ได้เปลี่ยนผ่านแนวทางการกำกับดูแลจากกฎระเบียบที่ตายตัว ไปสู่หลักการเปิดเผยข้อมูลตามความเหมาะสม (More Disclosure) โดยเน้นการวางหลักการกว้างๆ ให้คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำกับดูแลและเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างโปร่งใส
“การปรับปรุงโครงสร้างทั้งหมดในรอบครึ่งปีนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันให้ตลาดทุนไทยเป็นศูนย์กลางการระดมทุนที่สำคัญในภูมิภาค”น.ส.สุชา กล่าว
———————————————————————————————————————————————————–

