HoonSmart.com>>ธนาคารกรุงศรีฯ (BAY) คาดทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้แนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.35 บาท/ดอลลาร์ ติดตามข้อมูลจ้างงานเดือนส.ค.ของสหรัฐฯ หลังนโยบายการเงินประธานเฟดมุ่งเน้นคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก ตลาดให้น้ำหนักเฟดขึ้นดอกเบี้ยก.ย.นี้ราว 60%
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.35 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.94 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.58-33.01 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 2 เดือนครั้งใหม่ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ โดยในช่วงแรกอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯระยะยาวย่อลง ขณะตลาดประเมินมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯอาจนำมาใช้เพื่อลดความผันผวนของอัตราผลตอบแทน ซึ่งรวมถึงการนำ Treasury General Account เป็นเครื่องมือบริหารสภาพคล่อง และการเพิ่มสัดส่วนการระดมทุนผ่านตั๋วเงินคลังระยะสั้น
ทางด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังจากที่อิหร่านและโอมานได้หารือเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือชั่วคราวที่มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ดี ดัชนีราคาใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) สูงขึ้น 3.3% ในเดือนกรกฎาคมสอดคล้องกับที่ตลาดคาด ขณะที่สุนทรพจน์ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)บ่งชี้ความกังวลต่อเงินเฟ้อ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทย 12,228 ล้านบาท และ 360 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า นักลงทุนจะติดตามข้อมูลจ้างงานเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ หลังประธานเฟดระบุว่าตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ นโยบายการเงินควรมุ่งเน้นไปที่การควบคุมเงินเฟ้อเป็นหลัก และเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเกินไปเป็นระยะเวลานาน โดยเฟดจำเป็นต้องรักษาความน่าเชื่อถือ ท่าทีดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สร้างความประหลาดใจเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ประธานเฟดหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายน ที่ราว 60%
สำหรับปัจจัยในประเทศตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์ ขณะเศรษฐกิจยังเผชิญภาวะการเติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง โดยการลงทุนและการส่งออกขยายตัวแข็งแกร่งเทียบกับการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงรวมถึงการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มเปราะบางยังคงเป็นประเด็นสำคัญ กรุงศรีคาดว่ากนง. จะตรึงดอกเบี้ยไว้ตลอดปีนี้ท่ามกลางอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอซึ่งจำกัดการส่งผ่านเงินเฟ้อด้านต้นทุนที่สูงขึ้น
