HoonSmart.com>>เจาะลึก ร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของการกำกับดูแล-ดึงเงินลงทุนเข้าตลาดหุ้นได้อย่างไร!
การอนุมัติร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับโดยคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นับเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของรัฐบาลไทยและ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็น “การส่งสัญญาณบวกที่สำคัญยิ่งสำหรับตลาดการเงินโลก”ว่า “ประสิทธิภาพในการกำกับดูแล”ของตลาดทุนไทยจะก้าวกระโดดไปอีกขั้น
เพราะการที่ตลาดทุนเกิดใหม่อย่างไทย จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากในประเทศ และทุนข้ามชาติ ได้นั้น ปัจจัยตัดสินไม่ได้อยู่ที่เพียงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านเสถียรภาพทางการเมือง และการที่บริษัทจดทะเบียนมีกำไรดี ปันผลเด่นเท่านั้น
แต่ปัจจัยสำคัญยิ่งอีกหนึ่งสิ่ง คือ “ความน่าเชื่อถือของการกำกับดูแล และสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่เอื้อต่อความสะดวกในการทำธุรกิจ”
จากสาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ มี 3 ประเด็นหลัก..ที่ตะขิดตะขวงใจนักลงทุนช่วงที่ผ่านมา..กำลังจะถูกแก้ไข
1. การยกระดับการบังคับใช้กฎหมายและการเพิ่มอำนาจสอบสวน
ในตลาดทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน คือหัวใจสูงสุด เหตุผลที่ตลาดประเทศอื่นที่พัฒนาแล้วได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนทั่วโลก เป็นเพราะ ก.ล.ต. มี “อำนาจ” ในการสืบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และตรงไปตรงมา
การที่ร่างกฎหมายใหม่ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. มีอำนาจ “สอบสวนร่วม” ในความผิดร้ายแรงที่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอย่างยิ่ง
เพราะปัญหาของหลายตลาดทุน คือความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการยักย้ายถ่ายเทสินทรัพย์
การให้อำนาจ ก.ล.ต. เข้าร่วมสอบสวนตั้งแต่ต้นจะช่วยลดช่องโหว่ ป้องกันคดีการฉ้อโกงหรือการสร้างราคาหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งตรงนี้เองที่จะทำให้นักลงทุนไทย นักลงทุนต่างชาติรู้สึกอุ่นใจขึ้นเมื่อต้องเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย
2. การสร้างมาตรฐานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและการกำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชี
การคุมเข้มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บุคลากรทางการเงิน และที่สำคัญคือ “การกำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชี” เป็นสิ่งที่ตลาดทุนระดับสากลให้ความสำคัญสูงสุดในทุกตลาดทุน
งบการเงินที่โปร่งใสและได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีที่มีมาตรฐาน คือ “ภาษาเดียว” ที่นักลงทุนทั่วโลกใช้สื่อสาร
หากงบการเงินไม่น่าเชื่อถือ ตลาดทุนก็ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งระดมทุนที่มีประสิทธิภาพได้ การปรับปรุงเรื่องนี้จะช่วยลดความเสี่ยงเชิงระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ
3. การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
จากการที่ศูนย์กลางการเงินโลก รวมถึงไทย กำลังพยายามยิ่ง บนความระมัดระวัง เพื่อมุ่งหน้าสู่ยุค Digitization
การที่ไทยปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ตลอดจนการกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบสินทรัพย์ดิจิทัลและระบบที่เกี่ยวข้องสำคัญๆ
ถือเป็นการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ให้รองรับธุรกรรมในอนาคต เช่น Tokenization ของสินทรัพย์จริง
การมีกฎหมายที่ชัดเจนและรัดกุม จะทำให้ไทยเปรียบเสมือนมี “สนามแข่งที่ได้มาตรฐาน” พร้อมรองรับนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ โดยไม่ทิ้งเรื่องความเสี่ยงของนักลงทุนไว้ข้างหลัง
การปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุงกฎหมายในเชิงเทคนิค แต่มันคือ “การส่งสัญญาณถึงนักลงทุนทั่วโลกว่า ตลาดทุนไทยกำลังยกระดับมาตรฐานสู่สากล”
หากร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาและนำมาปฏิบัติใช้อย่างจริงจัง ตลาดทุนไทยจะมีความคงทนต่อวิกฤต มีความโปร่งใสเทียบเท่าตลาดทุนในชาติที่พัฒนาแล้ว และจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของการลงทุนที่โดดเด่นและมีเสน่ห์อย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามที่รัฐบาลคาดหวังจะให้ไทยเป็นศูนย์กลางตบาดทุน รวมถึงศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดย Growth Writer
