ดาวโจนส์ปิดบวก 105 จุด Nasdaq พุ่ง รับผลประกอบการ Nvidia

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดบวก ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 105 จุด ,Nasdaq พุ่งนำแรงหนุนผลประกอบการ Nvidia และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ เสริมความเชื่อมั่นในตลาด จับตาประชุมประจำปีของเฟดที่แจ็กสันโฮลวันศุกร์นี้ ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” ปรับเพิ่มขึ้น หลังมีข่าวปธน.ทรัมป์ไม่สนใจกลับไปปฎิบัติตามเงื่อนไข MOU กับอิหร่านเมื่อเดือนมิ.ย. ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ

ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ปิดบวก ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นนำ โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานผลประกอบการของ Nvidia และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นใจตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีของคณะกรรมการกำหนดนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ที่เมืองแจ็กสันโฮลในวันศุกร์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 53,569.44 จุด เพิ่มขึ้น 105.56 จุด หรือ +0.20%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,730.99 จุด เพิ่มขึ้น 55.29 จุด, +0.72%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,541.35 จุด เพิ่มขึ้น 411.16 จุด, +1.57%

ราคาหุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 8.7% หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการที่สูงกว่าคาดการณ์ รายได้ในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณยังเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวอีกด้วย พร้อมคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตแตะระดับ 70% ในปีงบประมาณ 2028 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 44% ของนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย LSEG อย่างมาก ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองที่ว่าแนวโน้มขาขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อีก เนื่องจากบริษัทที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี AI ยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างน่าประทับใจ

หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวสูงขึ้น โดยหุ้น Broadcom ปรับตัวขึ้น 4.5% ส่วน SK Hynix และ Intel ปรับตัวขึ้น 2% และ 4% ตามลำดับ ขณะที่กองทุน VanEck Semiconductor ETF ปรับขึ้น 3%

นอกเหนือจาก Nvidia และหุ้นกลุ่มชิปอื่นๆ แล้ว Salesforce ยังปรับตัวขึ้นกว่า 22% หลังจากรายงานรายได้ไตรมาสที่ 2 สูงกว่าที่ตลาด คาดการณ์ไว้ ส่วนหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์อย่าง Adobe และ Autodesk ก็ปรับตัวสูงขึ้น 5.7% และ 6.2% ตามลำดับ

ในกลุ่มธุรกิจความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) หุ้น Okta พุ่งทะยานขึ้นกว่า 28% และ CrowdStrike ปรับตัวขึ้น 20.5% หลังจากผลประกอบการออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ พร้อมทั้งมีการปรับเพิ่มแนวโน้มผลการดำเนินงาน เนื่องจากบริษัทต่างๆ เล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากอันเป็นผลมาจากเทคโนโลยี Agentic AI ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง Palo Alto Networks ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยพุ่งขึ้นเกือบ 13%

ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศของ S&P 500 ปรับตัวขึ้น 3.4% เป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรมทั้ง 11 กลุ่มของ S&P 500 ขณะที่กลุ่มส่วนใหญ่ต่างปรับตัวลดลง

ชาร์ลี ริปลีย์ นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโสของ Allianz Investment Management กล่าวว่า แม้ผลประกอบการที่สูงกว่าคาดและแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่งของ Nvidia จะช่วยปลุกบรรยากาศการลงทุนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดที่จะได้รับอานิสงส์นี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ

หลังจากที่รายงานผลประกอบการของบริษัทที่เป็นดัชนีชี้วัดสำคัญในแวดวง AI ผ่านพ้นไปแล้ว ความสนใจจึงหันไปจับตาการประชุมสัมมนาทางเศรษฐกิจประจำปีที่เมืองแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง จัดโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาแคนซัสซิตี้และเป็นงานที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากแวดวงการเงินข ซึ่งบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางจะหารือกันถึงทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่านายเควิน วอร์ช ประธานเฟดจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์นี้ แต่ยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเนื้อหาสำคัญจะเป็นอย่างไร

ขณะที่การประชุมเริ่มขึ้นเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สองราย ได้แสดงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสถานการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในระหว่างการ โดยเจฟฟรีย์ ชมิด ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี้ กล่าวกับสำนักข่าว CNBC นอกรอบการประชุมว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงลดลงยาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาแนวทางต่อไปเพื่อที่จะฝ่าทางตัน และดึงอัตราเงินเฟ้อให้กลับลงมาอยู่ที่ระดับ 2% ให้ได้

เบธ แฮมแม็ค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งให้สัมภาษณ์กับ CNBC เช่นกัน แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และย้ำถึงความตั้งใจที่จะดำเนินการเพื่อควบคุมแรงกดดันด้านราคาให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่รายงานได้แก่ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจากกระทรวงแรงงานที่ลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 203,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่า 208,000 รายที่
นักวิเคราะห์คาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ หุ้นบลูชิปของฝรั่งเศสร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการคลังและการเมืองก่อนการดีเบตครั้งแรกของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีก่อนการเลือกตั้งในปีหน้า

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 651.85 จุด ลดลง 4.56 จุด, -0.69%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,792.54 จุด ลดลง 85.58 จุด, -0.79%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,319.87 จุด ลดลง 142.52 จุด, -1.68%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,367.24 จุด เพิ่มขึ้น 81.28 จุด, +0.31%

การต่อสู้เรื่องงบประมาณที่กำลังจะมีขึ้นของฝรั่งเศสก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีทำให้บรรดานักลงทุนวิตกกังวล เนื่องจากประเทศฝรั่งเศสมีภาวะขาดดุลสูงที่สุดแห่งหนึ่งในยูโรโซน

การโต้วาทีครั้งแรกของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมีขึ้นในวันพฤหัสบดี ทำให้กังวลต่อหนี้สาธารณะ เนื่องจากผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากฝ่ายซ้ายจัดและฝ่ายขวาจัดอาจผลักดันนโยบายที่มีค่าใช้จ่ายสูง

ฟิโอนา ซินคอตตา นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก City Index กล่าวว่า หากการเมืองขยับไปสู่จุดยืนที่สุดโต่งมากขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดนโยบายประชานิยมตามมา ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายในแง่ของระดับหนี้สินและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

ทั้งนี้ คาดว่า Fitch ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จะดำเนินการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสในวันศุกร์นี้

หุ้นกลุ่มธนาคารของฝรั่งเศสอย่าง BNP Paribas, Societe Generale และ Credit Agricole ต่างลดลงในช่วง 4% ถึง 5% และ หุ้นกลุ่มธนาคารในยุโรปเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 โดยร่วงลง 1.7%

นักลงทุนกำลังหันไปจับตาการประชุม Jackson Hole Symposium ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งนายเควิน วอร์ช จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรกหลังรับตำแหน่งประธาน ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับแนวโน้มและอิสระในการดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง

ทางด้านเยอรมนี ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในเดือนกันยายน โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ด้านเศรษฐกิจและรายได้ที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยความระมัดระวังในการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ในดัชนีหลัก หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยต่างปรับตัวลดลง 1.3% และ 0.7% ตามลำดับ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนขยับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงดังกล่าวถูกจำกัดด้วยการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งนำตลาดด้วยการปรับตัวขึ้น 1.8% โดยได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มธุรกิจที่เป็นบวกของ Nvidia

หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดย Bank of America Global Research ระบุว่าไม่พบสัญญาณของการหยุดชะงักทางธุรกิจหรือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในไตรมาสที่สอง ส่งผลให้หุ้น Nemetschek พุ่งขึ้น 9.9% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในดัชนีหลัก

ในส่วนของหุ้นรายตัว หุ้น Pernod Ricard ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สัญชาติฝรั่งเศส ลดลง 4.6% หลังจากรายงานยอดขายที่ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย โดยได้รับผลกระทบจากภาวะซบเซาในตลาดสหรัฐฯ และจีน

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.30 ดอลลาร์ หรือ 1.58% ปิดที่ 83.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.86 ดอลลาร์ หรือ 2.12% ปิดที่ 89.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มีรายงานจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่สนใจที่จะกลับไปปฏิบัติตามเงื่อนไขของบันทึกความเข้าใจที่ได้ตกลงไว้กับอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–