HoonSmart.com >>สนช.เร่งกู้วิกฤตเอสเอ็มอียุคเงินทุนฝืด ผ่าน 4G เตรียมเปิดตัว “เอ็นไอเอ เวนเจอร์” ต.ค.นี้ ร่วมลงทุนต่ำสุด 50 ล้านบาท อัดฉีด 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย หวังยกระดับสตาร์อัพ ไทยจากอันดับที่ 45 ของโลก ออกสู่ตลาดต่างประเทศ
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช. หรือ NIA) เปิดเผยในเวที” ปลดล็อคโอกาสเติบโตด้วยแหล่งทุนและการขยายธุรกิจเรียนรู้แนวทางการระดมทุนการต่อยอดธุรกิจและโอกาสในการ Scale Up อย่างยั่งยืน” หัวข้อ “ขับเคลื่อนธุรกิจไทยด้วยพลังแหล่งทุน” ว่า แนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรมในมุมมองของ NIA ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเทคโนโลยีขั้นสูง (High-tech) เท่านั้น แต่รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ (Business Model) การปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Process) ตลอดจนนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation) ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน
ทั้งนี้ กลไกการดำเนินงานหลักของสำนักงานฯ แบ่งออกเป็น 4 แกนสำคัญ ได้แก่ Groom, Grant, Growth และ Global
ในส่วนของ Grooming สำนักงานฯ มุ่งเน้นการอบรม บ่มเพาะ และให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ Startup Thailand League ร่วมกับมหาวิทยาลัย 50 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการจัดตั้งสถาบัน Academy เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ด้าน Grant หรือการสนับสนุนเงินทุน NIA ได้รับงบประมาณผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ปวน.) สกสว. ซึ่งในปีก่อนหน้าได้รับการจัดสรรงบประมาณปกติ 1,900 ล้านบาท แม้จะถูกปรับลดงบประมาณลง 1,000 ล้านบาท แต่หลังจากการแปรญัตติได้รับการจัดสรรเพิ่มกลับมา 400 ล้านบาท ซึ่งส่งผลดีต่อการอนุมัติทุนแก่ผู้ประกอบการ
เนื่องจาก NIA เป็น 1 ใน 8 หน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (NVI) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ซึ่งเน้นการสนับสนุน Defense Tech ในรูปแบบ Dual-use Tech ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งความมั่นคงและชีวิตประจำวัน เช่น การใช้พลังงานโซลาร์เซลล์และการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA โดย NIA มีกลไกการให้ทุนแก่ผู้ประกอบการตั้งแต่ 1.5 ล้านบาท ถึงไม่เกิน 5 ล้านบาท
ด้าน Growth สำนักงานฯ มุ่งส่งเสริมการเติบโตของผู้ประกอบการใน 2 มิติ ได้แก่ มิติด้านตลาดและการเงิน สำหรับมิติด้านตลาด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ บัญชีนวัตกรรมจะย้ายมาอยู่ในความดูแลของ NIA ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันสินค้าเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยหากมีผู้ประกอบการรายเดียวจะใช้การวิธีเจาะจง แต่หากมีหลายรายจะใช้วิธีเชิญชวน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาเดิม พร้อมมุ่งส่งเสริมกลุ่มนวัตกรรมที่มีประโยชน์แท้จริง ทั้งด้านการแพทย์ สุขภาพ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม
ส่วนมิติด้านการเงิน จะเน้นการจับคู่ Startup กับกลุ่มทุน นักลงทุนรายใหญ่ (VC) และ กองทุนร่วมลงทุน (CVC)
ขณะที่แนวคิด Global มุ่งดันสินค้าและนวัตกรรมไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) จาก 139 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 45 แม้ภาพรวมลำดับจะลดลง แต่มิติที่เกี่ยวกับสตาร์ทอัพ (Startup) ยังมีผลงานที่ดีกว่าเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าสภาวะการระดมทุนในปัจจุบันมีความท้าทาย เม็ดเงินในระบบหาได้ยากขึ้น และตลาดมีการแข่งขันสูง ตลาดต่างประเทศจึงกลายเป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
สำหรับการปรับบทบาทในอนาคต NIA เตรียมเปลี่ยนผ่านจากผู้ให้ทุนไปสู่ผู้ร่วมลงทุน โดยเตรียมเปิดตัว “เอ็นไอเอ ร่วมลงทุน หรือ NIA Venture” ในรูปแบบกองทุนส่วนบุคคล ( Private Trust) ร่วมกับพันธมิตรเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ พร้อมเปิดรับผู้ประกอบการใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรและอาหาร, Health & Wellness, Sci & Deep Tech, AI และ Creative เข้าขอรับทุนและร่วมลงทุน
ทั้งนี้ กลไกการลงทุนใหม่จะประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ Private Trust, โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน ( Co-funding) ร่วมกับภาคเอกชน และการลงทุนรูปแบบ หุ้นกู้แปลงสภาพหรือ Convertible Note หรือแบบทุนให้เปล่า (Equity Grant) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคเอกชน
ทั้งนี้ วางโครงสร้างการสรรหาเม็ดเงินลงทุนแบ่งเป็น กองทุนส่วนบุคคล 40%, การร่วมลงทุนรัฐและเอกชน 30% และรูปแบบร่วมลงทุนอื่น ๆ 30% ซึ่งโครงการระยะเริ่มต้น (Early Stage) จะเน้นให้ Corporate Co-funding ในวงเงินประมาณ 1-2 ล้านบาท หากถึง 10 ล้านบาทจะใช้ VC ขณะที่โครงการระดับก่อนเข้า IPO วงเงินตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปจะใช้ Private Trust ภายใต้ระบบการบริหารความเสี่ยงและกลไกการลงทุนที่เน้นความโปร่งใสเป็นหลัก
