“คิงส์ฟอร์ด” มองหุ้นวันนี้ “ทรงตัว” ก่อนวันหยุด รอ MSCI รีบาลานท์

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินภาวะการซื้อขายวันนี้ แนวรับ SET ที่ 1,610 จุด แนวต้าน 1,630 – 1,640 จุด คาดดัชนี “ทรงตัว” ก่อนวันหยุดกลางสัปดาห์ ตลาดรอผล MSCI รีบาลานท์รายไตรมาสช่วงเช้าวันพฤหัสนี้ ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ หุ้นแนะนำ BEM, KLINIQ

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 จุด แนวต้าน 1,630 – 1,640 จุด คาดดัชนี “ทรงตัว” ช่วงก่อนวันหยุดกลางสัปดาห์ และรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ. รวมถึงผล MSCI รีบาลานท์ในวันพฤหัสนี้ แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CPALL,BH,BDMS,BEM เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play , เก็งกำไรกลุ่มที่รายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาด เช่น CPN,WHAUP,SGP,COCOCO

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดวานนี้ DJIA -0.11%, S&P500 -0.06%, Nasdaq -0.32% จากแรงขายกลุ่มอสังหา ฯ -1.23%, สาธารณูปโภค -1.1% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +4.5% ปรับขึ้นตาม WTI วานนี้ +5.05% หลัง ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้เสียชีวิตจากสงคราม ส่งผลให้การเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจยืดเยื้อ และนักลงทุนอาจกลับมากังวลต่อภาวะเงินเฟ้ออีกครั้ง

สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม US Core CPI ก.ค. คาด 2.5% & มิ.ย. 2.6% YoY , วันพฤหัส US PPI ก.ค. คาด 0.2% & มิ.ย. -0.3% MoM และวันศุกร์ยอดค้าปลีกสหรัฐ ก.ค. คาดทรงตัว 0.2% MoM

หุ้นเด่นแนะนำ BEM (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.60 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 ดีขึ้น QoQ, YoY มีปัจจัยหนุนจากจำนวนผู้โดยสาร MRT สายสีน้ำเงินที่เพิ่มขึ้น รายได้เงินปันผลรับจาก TTW และ CKP เข้ามาตามฤดูกาล ส่วน SG&A ลดลงผ่านการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ปริมาณจราจรบนทางด่วนเฉลี่ยในช่วง 1H69 อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยว/วัน (+0.9%YoY) จำนวนผู้โดยสาร MRT เฉลี่ยในช่วง 1H69 อยู่ที่ 420,000 เที่ยว/วัน (+2.1%YoY) โดยโมเมนตัมน่าจะดีขึ้นใน 3Q69-4Q69 ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงเปิดเทอมและการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ด้านนโยบายรัฐโครงการตั๋วร่วม EMV ปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าและมาตรการลดค่าทางด่วนจะช่วยกระตุ้นจำนวนผู้โดยสาร ในอนาคตมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม งาน M&E รถไฟฟ้าสีม่วงใต้ และโครงการ double deck ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3.96 พันล้านบาท +5%YoY และ 4.11 พันล้านบาท +4%YoY

หุ้น KLINIQ (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) คาดว่า KLINIQ จะรายงานรายได้อยู่ที่ 1,083 ลบ. (+27.27%YoY , -0.28%QoQ) Flat QoQ จากฐานสูงใน 1Q69 แต่ยังสามารถเติบโตเด่น YoY จากจำนวนสาขาที่สูงขึ้น +7 สาขา YoY และ SSSG Cash Sales ที่เราคาดว่าจะอยู่ในโซน + 17-19%YoY หนุนจาก Range การบริการ และ Target ลูกค้าที่กว้าง ด้านต้นทุนค่าใช้จ่าย เราประเมิน GPM และ NPM ในไตรมาสนี้ยังคงปรับตัวดีขึ้น YoY จากรายได้ที่สูง ผลักดันให้เกิด Economies of Scale แต่ภาพ QoQ จะอ่อนตัวจากการขยายสาขาเพิ่มสุทธิราว +2 สาขา QoQ ส่งผลให้เราประเมินกำไรสุทธิ 2Q69 นี้อยู่ที่ 116 ล้านบาท (+29.73%YoY , -4.40%QoQ)

ทั้งนี้ หากกำไรในช่วง 2Q69 ออกมาใกล้เคียงกับที่เราคาด กำไร 1H69 จะคิดเป็นราว 56% ของทั้งปี ส่งผลให้ เรามีโอกาสปรับประมาณการณ์กำไรปีนี้เพิ่มได้ โดย ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี 69 และ 70 ของ KLINIQ ที่ 426 ล้านบาท ( +17%YoY) และ 470 ล้านบาท(+10%YoY) ตามลำดับ