HoonSmart.com >> ดาวโจนส์ปิดลบ 60 จุด กังวลความขัดแย้งตะวั นออกกลางไม่จบเร็ว น้ำมันดิบ Brent พุ่ง 4.17 ดอลลาร์ หรือ 4.99% ปิดที่ 87.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ปิดลบเล็กน้อย ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าสหรัฐฯ และอิหร่าน จะไม่สามารถหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับความขัดแย้งได้ในระยะอันใกล้นี้ ประกอบกับหุ้น Intel และผู้ผลิตชิปรายอื่น ๆ ปรับตัวลง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 53,975.98 จุด ลดลง 60.95 จุด, -0.11%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,753.11 จุด ลดลง 4.53 จุด, -0.06%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,605.36 จุด ลดลง 85.26 จุด, -0.32%
นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจ เกี่ยวกับข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ที่ถูกอิหร่านสังหารในสงคราม การโจมตี และการประท้วง หลังจากที่ อิหร่านเรียกร้องให้วอชิงตันปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ รวมถึงการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีดินแดนของอิหร่านเมื่อกว่า 5 เดือนที่แล้ว
อิหร่านระบุว่า กำลังใกล้บรรลุข้อตกลงกับโอมานเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่อิหร่านยังคงปฏิเสธที่จะเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ จนกว่าเงื่อนไขหลายประการจะได้รับการตอบสนอง
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเจรจากันใหม่ ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับเดือนมิถุนายน โดยไม่มีการชดเชยต่อการกระทำที่ถือเป็นการละเมิด จากรายงานของสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim News Agency) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการที่มีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
กระแสคาดการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นประมาณ 5% ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้มีความกังวลต่อเงินเฟ้อและอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากหุ้น Intel ที่ปรับตัวลงอย่างมาก โดยร่วงลง 4% หลังจากบริษัท ประกาศแผนเสนอขายหุ้นสามัญมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนหุ้นอื่นๆ ที่ปรับตัวลดลงได้แก่ Apple ซึ่งลดลง 1.5%
หุ้น Nvidia ลดลงเกือบ 3% ซึ่งส่งผลกดดันต่อดัชนีหลักในตลาดหุ้น ภายหลังจากมีรายงานข่าวจาก Financial Times ระบุว่ายักษ์ใหญ่ด้านชิป AI รายนี้กำลังร่วมมือกับ Apollo Global และ Blackstone เพื่อจัดตั้งกองทุนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์
นักลงทุนกำลังรอตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุด !! ในวันพุธ ซึ่งอาจให้ภาพสถานการณ์เงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่เฟดยังคงมีความเห็นแตกแยกเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่กำลังติดตามผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเงินเฟ้อที่ตามมา
รายงานการจ้างงานที่อ่อนแอเกินคาดในวันศุกร์ช่วยลดแรงกดดันต่อเฟดลงได้บ้าง แม้ว่าผู้กำหนดนโยบายจะกล่าวว่าพร้อมที่จะดำเนินการหากเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า ขณะนี้เทรดเดอร์ประเมินโอกาสที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไว้ที่ 52%
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัทอื่นๆ อีก รวมถึงรายงานจาก Applied Materials บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ และ Cisco ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่าย
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ในรอบการรายงานผลประกอบการนี้ มีบริษัทจำนวน 436 แห่งในดัชนี S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการออกมาแล้ว โดยประมาณ 85% ของบริษัทเหล่านี้มีผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ตลาดหุ้นยุโรป ปิดทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะทยอยประกาศออกมาตลอดสัปดาห์นี้ ขณะที่วามไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงหนุนให้ราคาน้ำมันยืนอยู่ในระดับสูง
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 660.45 จุด เพิ่มขึ้น 0.20 จุด, +0.03%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,862.50 จุด ลดลง 38.59 จุด, +0.35%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,726.03 จุด เพิ่มขึ้น 11.10 จุด, +0.13%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,323.88 จุด เพิ่มขึ้น 4.43 จุด, +0.02%
กลุ่มพลังงานเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดเพิ่มขึ้น 1.3% สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน
อิหร่านระบุว่าสหรัฐฯ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการก่อนที่อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่าใกล้บรรลุข้อตกลงกับโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่ผ่านช่องแคบดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่มีความสำคัญต่อยุโรป
คีรัน กาเนช กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายสื่อสารด้านการลงทุนระดับโลกของ UBS กล่าวว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงของการปรับฐานและรอดูสถานการณ์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลการจ้างงานของยูโรโซนและตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ประกอบกับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนทั้งในฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป เป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้น 1.7% จนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
อิเปก ออสการ์เดสกายา นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Swissquote กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทต่างๆ พบว่าทั้งวิกฤตการณ์ (ในตะวันออกกลาง) มาตรการภาษีศุลกากร หรือราคาชิปที่พุ่งสูงเกินจริง ไม่ได้กระทบการดำเนินธุรกิจของบริษัท
หุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐาน เพิ่มขึ้น 0.9% ตามทิศทางราคาโลหะทองแดงและโลหะมีค่าที่แข็งค่าขึ้น ในขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 0.3%
หุ้นกลุ่มโทรคมนาคม ลดลงมากที่สุดถึง 2.1% โดยหุ้น Deutsche Telekom และ Vodafone ร่วงลง 3.2% และ 3.1% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มสื่อ ลดลง 1.6% โดยหุ้นของ WPP ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทโฆษณารายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ร่วงลง 5% ส่วน Publicis Group คู่แข่งจากฝรั่งเศส ลดลง 1.4%
ขณะที่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการใกล้จะสิ้นสุดลง ข้อมูลคาดการณ์จาก LSEG ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของบริษัทในดัชนี STOXX 600 มีแนวโน้มจะเติบโตเกือบ 21% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับประมาณ 12.5% ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 3.95 ดอลลาร์ หรือ 5.05% ปิดที่ 82.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 4.17 ดอลลาร์ หรือ 4.99% ปิดที่ 87.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

