HoonSmart.com>>ดัชนีหุ้นปิด 1,639.34 จุด ร่วง 13.63 จุด วอลุ่มทะลักแสนล้านบาท แรงขายนักลงทุนสถาบันสุทธิ 5,491 ล้านบาท ด้านต่างชาติขายเล็กน้อย 85 ล้านบาท แรงกดดันจากน้ำมันดิบพุ่ง ตลาดพักฐานหลังขึ้นมาต่อเนื่อง ขายทำกำไรกลุ่มแบงก์ sell on fact หลังแจ้งงบ หุ้น BBL -6.5% กำไรต่ำกว่าคาด กลุ่มปิโตรฯ ปรับตัวขึ้นเด่น
ตลาดหุ้นวันที่ 22 ก.ค.2569 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,639.34 จุด -13.63 จุด หรือ -0.82% มูลค่าการซื้อขาย 116,521.27 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีแตะสูงสุดที่ 1,655.74 จุด และต่ำสุด 1,632.00 จุด
นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 5,490.73 ล้านบาท รองลงมา นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 85.29 ล้านบาท ด้่านนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 4,799.87 ล้านบาทและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 776.14 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) เผยดัชนี SET ร่วงลง สอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ปรับลงในทางเดียวกัน โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบอิง Brent ปรับขึ้นไปแตะ 95 เหรียญ/บาร์เรล กลุ่มที่หนุนดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วน (DELTA) กลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC, IVL) กลุ่ม Packaging (SCGP) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (SCC) ฯลฯ ส่วน Sector ที่กดดัชนีคือ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, SCB) ยังถูก Sell on fact หลังรายงานงบ 2Q26 ออกมาแล้ว กลุ่มพลังงาน (GULF, TOP) กลุ่ม ICT (ADVANC) ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น BBL -6.5%, KTB -3.53%, SCB -2.58% หุ้นกลุ่มธนาคารถูก Sell on fact หลังรายงานงบออกมาครบ โดย BBL รายงาน กำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 9.50 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับเราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด โดยกำไรลดลง -20% y-y และ -14% q-q เพราะการลดลงของ NIM และเงินลงทุน (Investment) รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX)
SCB จากมุมมอง คุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอมาก จาก 1) 2Q26 การตัดจำหน่ายหนี้สูญ (write-off) อยู่ที่ 1.4 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้นมากจาก 1Q26 ที่ 7.7 พันล้านบาท และ 2) NPL Ratio ของ AutoX 2Q26 อยู่ที่ 10.0% จาก 1Q26 ที่ 5.9% ในเชิงกลยุทธ์ เน้นรอตั้งรับกลุ่มธนาคาร Top picks เน้น KTB, KBANK
PTTEP +1.02% หุ้นน้ำมันปรับขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ อิง อิง น้ำมันดิบ Brent +2.01%d-d ปิดที่ 91.01 เหรียญ/บาร์เรล เป็นการทะลุ 90 เหรียญ/บาร์เรลอีกครั้ง แรงหนุนมาจากข่าวสงครามในตะวันออกกลางยังตึงเครียด ล่าสุดหลังกระแสข่างกบฎฮูตีขู่ปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย
PTTGC +8% SCC +1.57% IVL +1.81% หุ้นกลุ่มปิโตรฯ โดดเด่น และเป็นกลุ่มหนุนดัชนีจากมุมมองบวกต่อภาพอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในะระยถัดไปผสานระยะสั้นมองงบ 2Q26 ของบริษัทในกลุ่มจะออกมาเด่น PTTGC (คาดประกาศงบ 7 ส.ค.) แนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q26F คาดทำจุดสูงสุดปี เบื้องต้นคาดราว 8.5-9.0 พันล้านบาท ฟื้นสูงทั้ง y-y, q-q ฯลฯ คาด 2H26F แนวโน้มกำไรฟื้น y-y ตามการฟื้นตัวของธุรกิจโรงกลั่นที่ไม่มีปิดซ่อมใหญ่ และปิโตรเคมีที่ oversupply ลดลง คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 45.0 บาท SCC (คาดประกาศเย็นวันนี้) คาดกำไรสุทธิ 2Q26F ราว 7,603 ล้านบาท (-56% y-y, +22% q-q) คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 285 บาท
AAV -1.87% BA -2.15% กลุ่มสายการบิน มีจิตวิทยาลบจากราคาน้ำมันดิบโลก อิง Brents เร่งขึ้นแรงทะลุ 90 $/barrel อีกครั้ง กดดันต่อฝั่งต้นทุนกลุ่มสายการบินคือราคาน้ำมัน และสถานการณ์สงครามที่กลับมาตึงเครียดเป็นจิตวิทยาลบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ กลยุทธ์ สายการบินยังเน้นตั้งรับ BA มีจุดเด่นจากเส้นทางบินสมุยโตแกร่ง มีความยืดหยุ่นสูงต่อสถานการณ์สงครามฯ
5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
BBL ปิดที่ 187.00 บาท -13.00 บาท หรือ -6.50% มูลค่าการซื้อขาย 11,820.41 ล้านบาท
SCB ปิดที่ 151.00 บาท -4.00 บาท หรือ -2.58% มูลค่าการซื้อขาย 10,025.74 ล้านบาท
PTTEP ปิดที่ 148.50 บาท +1.50 บาท หรือ +1.02% มูลค่าการซื้อขาย 6,409.68 ล้านบาท
PTT ปิดที่ 39.25 บาท -0.50 บาท หรือ -1.26% มูลค่าการซื้อขาย 6,231.81 ล้านบาท
GULF ปิดที่ 66.50 บาท -1.25 บาท หรือ -1.85% มูลค่าการซื้อขาย 5,894.12 ล้านบาท
———————————————————————————————————————————————————–

