HoonSmart.com>>หุ้นกลุ่มแบงก์วิ่งขึ้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หนุนดัชนีหมวดธนาคาร ณ วันที่ 10 ก.ค.2569 ปิดที่ 611.02 จุด เพิ่มขึ้น 131.24 จุด คิดเป็น 27.35% เทียบกับวันที่ 5 ม.ค. 2569 ปิดที่ 479.78 จุด ฝีมือเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์)โหมซื้อ โดยยอมจ่ายสูงกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV) เกิน 1 เท่า บนความคาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผล(ยีลด์) สูงและกำไรน่าจะดีขึ้นในครึ่งปีหลังจากสินเชื่อเติบโตติดต่อกันสองเดือน เริ่มมีคำถามว่าราคาหุ้นแบงก์แพงแล้วหรือยัง

ปัจจุบันหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) มากที่สุดถึง 569,524.50 ล้านบาท หลังจากราคาปรับตัวขึ้นถึง 44% ปิดที่ 40.75 บาท ซื้อขายที่ระดับ P/BV 1.21 เท่า สูงที่สุดใน 4 แบงก์ใหญ่ ตามด้วย SCB 1.05 เท่า KBANK 0.93 เท่า และ BBL เทรดต่ำที่สุด บน P/BV 0.65 เท่า PE เพียง 8.45 เท่า ที่ราคาปิด 196.50 บาท/หุ้น โดยมีบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) เทรดที่ P/BV สูงที่สุด 2.19 เท่า ซึ่งในสัปดาห์นี้ วันที่ 14 ก.ค.2569 จะเป็นแบงก์แรกที่ประกาศผลกำไรไตรมาสที่ 2/2569 เป็นหนึ่งในคำตอบว่าหุ้นแบงก์จะไปต่อได้อีกไกลแค่ไหน
นายภาดล วรรณรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปรับตัวขึ้น หลักๆมาจากหุ้นกลุ่มธนาคาร UOB,DBS เมื่อแบงก์สิงคโปร์ขึ้น ก็น่าจะยิ่งดึงให้ฟันด์โฟลว์เข้าแบงก์ไทย เล่นคู่กัน ถ้าต่างชาติมองยีลด์ หากเทียบยีลด์กับแบงก์ไทย ตอนนี้เฉลี่ยสูงกว่าแบงก์สิงคโปร์ 1% จึงเป็นเหตุผลให้แบงก์ไทยยังมีแรงซื้อจากต่างชาติ
“แต่ราคาตรงนี้ อาจจะไม่ใช่จุดที่ถูกแล้ว แค่เล่นเรื่อง Re-rating ในแง่ของยีลด์ แต่จะไปได้อีกสักเท่าไหร่ ไม่รู้”
ตอนนี้แบงก์ไทยโดยเฉลี่ยให้ยีลด์ประมาณ 6% หากลงมาถึง 5% ราคาหุ้นมีลู่ให้วิ่งอีก ประมาณ 15-20% เพราะแบงก์สิงคโปร์อยู่ที่ 4% ปลายๆ หรือประมาณ 5% ซึ่งไม่รู้ว่าจะขึ้นไปเทรดที่ 5%หรือไม่ แต่แบงก์ไทยมีอัตราตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ต่ำกว่าแบงก์สิงคโปร์ ซึ่งโดดเด่นกว่า เพราะมีฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจ Wealth ที่ดีกว่า
นักวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิกลุ่มแบงก์ในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ราว 5.2 – 5.5 หมื่นล้านบาท ลดลงทั้งเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อน (QoQ) เผชิญปัจจัยกดดันหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่แคบลง แต่ยังโดดเด่นด้านอัตราผลตอบแทนเงินปันผลและคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง รายได้ค่าธรรมเนียมจะยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจตลาดทุนที่มีอานิสงส์จากมูลค่าการซื้อขายของตลาดที่ปรับขึ้น รวมถึงแนวโน้มธุรกิจนายหน้าประกันและ Wealth Management ที่ขยายตัวดี
“สินเชื่อในเดือนพ.ค.เติบโต 1.10% นับเป็นการขยายตัวเป็นเดือนที่สอง จากเมื่อเดือนเม.ย.เติบโต 1.04% มาจากสินเชื่อลูกค้าขนาดใหญ่ รวมถึงความต้องการสินเชื่อของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ”
